ค่ายเอาชวิตซ์

ค่ายเอาชวิตซ์

27 มกราคม (2005) เป็นวันครบรอบ 60 ปีของเหตุการณ์ที่น่ากลัวที่สุด ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อมนุษย์ถูกบังคับโดยมนุษย์ด้วยกันใช้อำนาจที่เหนือกว่านำไปสู่การสังหารหมู่โดยมีจุดประสงค์ในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กำจัดให้สิ้นซาก จะให้เผ่าพันธุ์นี้ สูญพันธุ์จากความผิดเดียวคือ ไม่มีผิวสีขาว และนัยน์ตาสีฟ้าเหมือนตน เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่บริสุทธิ์ชั้นยอด ดังนั้นจึงปฏิเสธที่จะให้อาศัยอยู่ในประเทศหรือทวีป แม้แต่การอยู่ร่วมในโลกเดียวกันก็ไม่ยอม ดังนั้นจึงมีการกวาดล้างจับกุมและส่งไปฆ่าชีวิตอย่างโหดเหี้ยม แม้แต่เด็กและคนชราก็โดน

เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำชาวเยอรมันผู้มีอำนาจมากที่สุดในยุโรปในเวลานั้น และมีความรู้สึกว่าชนเผ่ายิวที่มีมากในเยอรมันจำนวนมากในประเทศของพวกเขา และคิดว่าจะผสมพันธุ์กับเลือดเยอรมัน ทำให้คนเยอรมันมีเลือดที่ไม่บริสุทธิ์ จึงคิดขัดขวางมนุษย์พันธุ์ใหม่ เป็นมนุษย์ที่ฉลาดและมีความสามารถเหนือมนุษย์ด้วยกัน ต้องใช้เลือดเยอรมันบริสุทธิ์ต้องมีผมสีทองนัยน์ตาสีฟ้า จึงสั่งให้ชาวยิวและชาวยิปซีส่งไปยังค่ายกักกันเพื่อสังหารพวกเขาทั้งหมด ค่ายกักกันที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงในเรื่องการสังหารชาวยิวมากที่สุด ตั้งอยู่ในประเทศโปแลนด์ชื่อ “ค่ายเอาชวิตซ์”

ค่ายดังกล่าวรับชาวยิวจำนวน 1 ล้าน 600,000 คนที่ถูกส่งตัวเพื่อรอดำเนินการ การสังหารด้วยการรมแก๊สพิษ และ การเผาในเตาเผาถึง 1 ล้านสองแสนคน องค์การสหประชาชาติ จัดพิธีรำลึกถึง ค่ายกักกันเอาช์วิทซ์ครบรอบ 60 ปีในวันที่ 27 มกราคม ปี 2005 เราต้องการแบ่งปันเรื่องราวที่โหดร้ายนี้ มาเล่าสู่คนรุ่นหลัง

เรื่องราวทั้งหมดมีดังต่อไปนี้

อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ สั่งให้ชาวยิวในประเทศ และในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วยุโรป 22 ล้านคนไปที่ค่ายกักกันเอาชวิทซ์ โดยการขนส่งรถไฟ และ เรือเดินสมุทร ยานพาหนะทุกประเภทที่บรรทุกชาวยิวไปยังค่ายนี้จะต้องผ่านจุดตรวจแรกของค่ายก่อนเรียกว่าด่านแคนาดา จุดตรวจนี้จะรวบรวมทรัพย์สินทั้งหมดของชาวยิวตั้งแต่กระเป๋าสัมภาระเครื่องประดับทองคำ อัญมณี เสื้อผ้าที่มีราคาทุกอย่างจะถูกสั่งให้ถอดออกไม่เว้นแม้แต่ขาเทียมแขนเทียม และ รถเข็นเด็ก ของที่ถูกยึดที่นี่จะถูกส่งกลับไปที่เยอรมัน เว้นแต่ว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะถูกส่งต่อไปยังผู้บังคับบัญชา

เมื่อยึดทรัพย์สินเสร็จสิ้นชนเผ่าชาวยิวได้รับคำสั่งให้เข้าแถวสองชุด ผู้ที่ค้นแล้วว่าจะต้องถูกประหารชีวิตทันที ถูกสั่งให้เข้าแถวด้านขวามือ ส่วนผู้ที่ยังมีโอกาสรอดชีวิตได้ไปอีกช่วงเวลาหนึ่ง จะได้รับคำสั่งให้ตั้งแถวซ้ายมือและเดินเข้าไปในที่พัก

หากรู้ความจริงผู้ที่โชคดีก็อยู่แถวรอดชั่วคราว คงอยากจะไปที่แถวประหารทันทีซะดีว่า เพราะการมีชีวิตรอดนั้น น่ากลัวและทรมานมากกว่าตายหลายเท่า

ชีวิตในค่ายกักกันนั้นลำบากมาก และ ที่นอนจะนอนยในโรงที่มืดทึบไม่มีช่องระบายอากาศและช่องแสง ต้องนอนบนเตียงสามชั้นที่เชื่อมต่อกัน แถวยาวจะนอนสลับหัวสลับเท้ากัน เตียงแต่ละชั้นเตี้ยมาก เมื่อขึ้นเตียงต้องนอนเลย เพราะนั่งไม่ได้ เพราะระยะห่างระหว่างเตียงต่ำมาก

ที่โหดร้ายมาก คือการถ่ายทุกข์หนักเบาของเชลย ที่นาซีได้จัดโถส้วมไว้ในโรงที่หลับนอนนั่นเอง แต่ไม่มีการทิ้งสิ่งสกปรกเหล่านั้นเมื่อใช้มากๆอุจจาระและปัสสาวะจะล้นเต็มห้องส่งกลิ่นเหม็นอบอวลอยู่ในนั้น

ในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิ ที่เอาชวิตซ์ จะลดลงเหลือเกือบถึง 0 องศา ชาวยิวที่ยากจนสวมใส่เสื้อผ้าราคาถูกก็ไม่ลำบากนัก เพราะพวกเขายังมีเสื้อผ้าติดตัวอยู่ขณะที่คนรวยสวมเสื้อผ้าราคาแพงเสื้อผ้าจะถูกลอกคราบออกทั้งหมด ต้องทนหนาวสั่นอย่างนั้นจนกว่าจะชินไปเอง

ในฤดูร้อนก็ทรมานอย่างหนักราวกับอยู่ในเตาอบเพราะโรงนอน 30 หลังที่เอาชวิตซ์นั้น ชาวเยอรมันไม่ได้เจาะหน้าต่างให้ แม้แต่บานเดียวเพื่อป้องกันการหลบหนี ซ้ำยังไม่ให้อาบน้ำ นานทีจะนำไปอาบน้ำสักครั้งหนึ่ง ซึ่งวันที่อาบน้ำจะเป็นวันที่ผู้ถูกคุมขังมีความสุขที่สุด ทุกคนยิ้มอย่างสดใส ชาวเยอรมันจะแบ่งผู้ถูกคุมขังที่อาบน้ำออกเป็นสองชุด ชุดแรกได้อาบน้ำจริงๆ

สำหรับชุดที่สอง “การอาบน้ำ” หมายถึงการเข้าสู่การสังหารชีวิต

ก่อนไปห้องอาบน้ำ (ในรูปแบบที่สอง) จะต้องไปที่ห้องถอดเครื่องแต่งตัวก่อน ซึ่งต้องถอดเสื้อผ้าทั้งหมดห้องอาบน้ำทำเหมือนกันทั้งสองชุด คือมีประตูหนาสองชั้น เจาะช่องมองกรุไว้ด้วยกระจก เมื่อเข้าไปในห้องน้ำประตูจะล็อคอย่างแน่นหนา จากนั้นก๊าซพิษจะถูกปล่อยเข้ามา การรมด้วยก๊าซพิษนั้นเจ็บปวดมาก เพราะมันจะทำให้หายใจไม่ออก จนกว่าจะตายเขาต้องดิ้นทุรนทุรายเป็นเวลานาน ซึ่งผู้คุมจะคอยดูที่ช่องมองจนกว่าคนสุดท้ายจะนิ่งเงียบ

เมื่อเขาเห็นว่าเขาตายหมดแล้ว ผู้คุมจะเปิดประตูเพื่อรวบรวมของมีค่าที่เหลืออยู่ เช่น ฟันชุบทอง โกนผม และ ตัดชิ้นส่วนร่างกายที่แพทย์ต้องการ ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ การแร่เนื้อผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงดี เพื่อนำมาทำอาหารเลี้ยงผู้ที่รอคิวประหารต่อไป

และนำศพเหล่านั้นไปเข้าเตาเผาโดยไม่ตรวจว่ามีคนรอดชีวิตหรือไม่ จึงมีคนที่ดิ้นทุรนทุรายอีกรอบในเตาเผา ชาวยิวทั้งหมดถูกหลอกว่าจะพาไปทำงานที่ดีๆ และจะพามาสร้างถิ่นฐานใหม่ ให้อยู่อย่างสะดวกสบาย แต่พวกเขากับต้องพบกับจุดจบของชีวิตอย่างโหดเหี้ยม

January 27 (2005) marks the 60th anniversary of the most horrible event. In human history, which occurred during the Second World War, when humans were forced by humans to use superior powers, leading to massacres, with the aim of genocide eradicated. Will give this species Extinct from a single offense is No white skin And his own blue eyes Is a pure, pure human race Therefore refusing to reside in the country or continent Even living in the same world would not allow Therefore there was a sweep, arrest, and brutal killing. Even children and old people are hit.

That happened when Adolf Hitler, the most powerful German leader in Europe at that time. And there is a feeling that there are many German tribes in their country And thought to be mating with German blood Causing German people to have impure blood Therefore thought to obstruct the new species of humans Are intelligent and superhuman abilities together Must use pure German blood, must have golden hair

ค่ายเอาชวิตซ์

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com