เจ้าแห่งสมบัติ ใต้พิภพ

เจ้าแห่งสมบัติ ใต้พิภพ

หลังจากผ่านประตูที่มีเซอร์บิรัสเฝ้าอยู่ ดวงวิญญาณก็จะถูกพาไป รับคําพิพากษา ของตุลาการแห่งยมโลกสามท่าน คือ… ราดาแมนธัส (Rhadamanthus), ไมนอส (Mions), และแอคัส (Aeacus) ทั้งสามเรียกรวม กันว่า เทพสุภา (Three Judges of Hades World)

เจ้าแห่งสมบัติ

After passing through the door with the Serbian guard The soul will be taken. Accept the judgment The three judges of the underworld are … Radaman Thus (Rhadamanthus), Minions (Mions), and Aeacus. All three are called Three Judges of Hades World.

ราดาแมนธัส และไมนอส เป็นบุตรของซุสกับนางยูโรปา ชายาลับ ที่ซุสนำไปซ่อนที่เกาะครีต ส่วนแอคัส เป็นบุตรของซุสกับนางอีไจน่าตุลาการแห่งยมโลกทั้งสามนี้ จะตัดสินบาป บุญ ของดวงวิญญาณ ทุกดวงด้วยความซื่อสัตย์ ยุติธรรม ผู้ใดชั่วร้าย จะถูกส่งลงนรกทาร์ทารัส ผู้ใดทำดี จะถูกส่งไปยังทุ่งเอลีเซียน ซึ่งเป็นทุ่งที่มีดอกไม้บานสะพรั่งอยู่ ตลอดเวลา

Radaman Thus and Minos are the sons of Zeus and the Europa Princess. The secret chieftains that Zeus brings to hide in Crete, and Akas is the son of Zeus and Mrs. Eagena. Will judge the merit of every soul with honesty, justice, whoever is evil Will be sent to hell. Whoever does good, Tartarus will be sent to the Elysian field. Which is a field with flowers that bloom all the time

ถือเป็นแดนสำราญของเหล่าวิญญาณที่ดีทั้งหลาย (ชาวกรีก เชื่อว่า คนดีเมื่อตายไปแล้วจะได้อยู่ในทุ่งเอลีเซียน ไม่ได้ขึ้นสวรรค์ เพราะ สวรรค์เป็นที่ของเทพและญาติๆ เท่านั้น นอกจากนี้พวกอัศวินนักรบที่มีเชื้อสายเทพ หรือพวกลูกครึ่ง เมื่อตายแล้วจะได้อภิสิทธิ์ไปอยู่ทุ่งเอลีเซียน ทันที)

It is a glimpse of good spirits (Greeks believe that good people will die when they live in the Elisian fields. Did not ascend to heaven because heaven is the place of gods and relatives only.

นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ในยมโลกยังมีอีกหลายแดน หลายภูมิ เช่น แดนกักกัน สำหรับวิญญาณที่รอรับการลงโทษ แดนพักฟื้น สำหรับดวง วิญญาณที่ได้รับโทษแล้ว กำลังรอที่จะไปเกิด และบริเวณที่สำคัญที่สุดใน ยมโลกคือ พระราชวังของเจ้าแห่งยมโลก ฮาเดส…

In addition to the above In the underworld, there are many other regions, such as quarantine areas for spirits waiting to receive punishment, rehabilitation for the souls who have been punished. Waiting to be born And the most important area in the world is the palace of the underworld …

ไม่มีตำนานใดกล่าวไว้แน่ชัดว่าพระราชวังของฮาเดสนี้อยู่ตรงส่วน ไหนของยมโลก แต่กล่าวกันว่าสวยงามยิ่ง ตั้งอยู่ในสถานที่กว้างสุดสายตา ปกคลุมด้วยม่านหมอกเย็นยะเยือก มีสายลมพัดอื้ออึงตลอดเวลา

บางตำนานกล่าวว่า ฮาเดสไม่ใช่เพียงเจ้าแห่งยมโลกเท่านั้น ยัง เป็นเจ้าแห่งทรัพย์สมบัติใต้พิภพด้วยมีสิทธิ์เหนือมวลธาตุล้ำค่าทั้งปวงชาว โรมันจึงเรียกว่า “ดิส (Dis)” ซึ่งแปลว่า ทรัพย์

นอกจากนี้ ฮาเดส ยังได้ชื่อว่าเป็นเทพที่มีความเที่ยงธรรมอย่างมาก ตัดสินความดี ความชั่ว ของคนตาย โดยปราศจากอคติใดๆ ทั้งสิ้น กล่าว กันว่า พระองค์มีหมวกวิเศษอยู่ใบหนึ่งที่สามารถทำให้ผู้สวมหายตัวได้ และ พระองค์มีเทพผู้ช่วยในการตัดสินความดี ความชั่ว ในยมโลกอีก 3 องค์คือ ราดาแมนทีส ไมนอส ไออาคอส โดยมีชื่อเรียกว่า สามเทพสุภา และยังมี ฮิปนอส เทพแห่งการหลับใหล และ ทานาทอส เทพแห่งความตายคอยให้ ความช่วยเหลืออยู่อีกด้วย

เจ้าแห่งสมบัติ ใต้พิภพ

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

ยมโลก ฮาเดส (Hades)

ยมโลก ฮาเดส (Hades)

ฮาเดส (Hades บ้างเรียกว่า เฮดีส) ภาษาโรมันเรียกว่าพลูโต (Pluto) เป็นพี่ชายของซุส และเป็นจักรพรรดิแห่งบาดาล หรือยมโลก ดังนั้นฮาเดสจึงมีชื่อเรียกอื่นๆ เช่น เทพโลกันตร์ พระยม หรือเทพแห่งความตาย

Hades (Hades, sometimes called Hades), a Roman language called Pluto, is the brother of Zeus. And being the emperor of the underworld or the underworld, so the hades have other names such as the goddess of death or the god of death

โดยทั่วไปเข้าใจว่า ฮาเดสเป็นเทพครองความตายด้วย แต่บ้างก็ บอกว่าฮาเดสครองยมโลกและคนตายเท่านั้น ส่วนเทพที่ครองความตาย เป็นอีกองค์หนึ่งที่ชื่อว่า แธนาทอส (Thanatos : ภาษากรีก) หรือ ออร์คัส (Orcus : ภาษาโรมัน)

Generally understand that Hades is also the deity of death, but some say that Hades holds the world and the dead only. As for the gods who have died Is another one named Thanatos (Thanatos: Greek) or Orcus (Orcus: Roman)

ยมโลก หรือ อาณาจักรของฮาเดส เป็นดินแดนเร้นลับอยู่ภายใต้พื้นพิภพที่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์ไม่มีวันส่องลอดไปถึง อาณาจักรนี้จึงมืดมิด มีแต่แสงจากกองไฟ คบเพลิง ตะเกียง หรือโคม เท่านั้นที่ส่องให้เห็นดินแดนเร้นลับแห่งนี้ในแสงสลัววับแวม

The Underworld or the Kingdom of Hades Is a secret land under the earth, where the light of the sun never reaches This kingdom is so dark. Only the light from the torch fire, the lamp or the lantern that illuminated this mysterious land in dim light

หนทางที่จะลงไปสู่อาณาจักรแห่งความตายของเทพฮาเดสนั้นก็แสน ลำบากยากเย็น เพราะจะต้องเดินทางไปถึงสุดขอบโลก โดยข้ามมหาสมุทร ไป (คนกรีกโบราณเชื่อว่าโลกแบน และรายล้อมด้วยมหาสมุทร) จึงจะพบ ทางลงสู่ยมโลก หรืออีกทางหนึ่งก็ต้องเป็นถ้ำแถวทะเลสาบที่มีน้ำลึกมากๆ จึงจะมีทางที่สามารถทะลุเข้าไปยังนรกที่ว่านี้ได้ ซึ่งทางลงนี้จะนำไปถึงแม่น้ำแอคเคอรอน หรือ อะเซรอน (Acheron) ซึ่งเป็นแม่น้ำแห่งความวิปโยค หรือแม่น้ำแห่งความเจ็บปวด กระแสน้ำในแม่น้ำสายนี้ลึกมากและเป็นสีดำเมื่อม ไหลไปบรรจบกับแม่น้ำโคโซรัส (Cocytus) หรือ โคซีทุส (Cocetus) ซึ่ง เป็นแม่น้ำแห่งความกำสรวล หรือแม่น้ำแห่งเสียงคร่ำครวญ น้ำในแม่น้ำ สายนี้จะมีรสเค็ม เพราะเกิดจากน้ำตาของคนที่ตกนรก พวกเขาร้องไห้ด้วย ความเจ็บปวดอันเกิดจากทัณฑ์ทรมานของพวกยมบาลในนรกทาร์ทารัส

ตรงที่แม่น้ำทั้งสองสายนี้บรรจบกัน มีคนแจวเรือแก่ๆ ผู้หนึ่งชื่อ เครอน หรือ ชารอน (Charon) คอยรับดวงวิญญาณคนตายขึ้นเรือ แจว ข้ามไปส่งอีกฟากของแม่น้ำ โดยต้องจ่ายค่าจ้างเที่ยวละ 1 โอโบล (ประมาณ 1 เพนนีครึ่ง) หากดวงวิญญาณดวงใดไม่มีค่าจ้าง จะต้องนั่งคอยอยู่ที่ริม ตลิ่งนานถึง 100 ปี ชารอนจึงจะยอมพาข้ามฟากโดยไม่คิดค่าจ้าง และจากความเชื่อเรื่องนี้เองทำให้เกิดธรรมเนียมการนำเงินใส่ปากศพและฝังพร้อม กันไปด้วย

นอกจากแม่น้ำสองสายดังกล่าวแล้ว ในแดนนรกของเทพฮาเดส ยัง มีแม่น้ำอีก 3 สาย คือ…

1. แม่น้ำสติกซ์ (Styx) คือ แม่น้ำแห่งความเกลียดชัง เป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่เทพจะยกขึ้นมากล่าวอ้างในการสาบาน และไม่กล้า ผิดคำสาบาน เพราะถ้าผิดคำสาบานที่อ้างว่าแม่น้ำสติกซ์เป็น พยานแล้วจะมีผลร้ายแรงอย่างยิ่งตามมา (ในหนังสือบางเล่มกล่าวว่าชารอนพายเรือข้ามแม่น้ำสติกซ์ต่างหาก)

2. แม่น้ำลีธี หรือ เลเธ (Lethe) แปลว่า แม่น้ำแห่งความหลงลืม เมื่อดวงวิญญาณคนตายได้ดื่มน้ำจากแม่น้ำนี้แล้ว ก็จะลืมความหลัง ทั้งหมด (ล้างความทรงจำจากชาติก่อน)

3. แม่น้ำเฟลจีธอน หรือ เฟลเกทธอน (Phlegethon) แม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำไฟ มีเปลวไฟลุกไหม้โชติช่วงอยู่บนผิวน้ำตลอดเวลา ทอด ตัวล้อมรอบนรกขุมที่ลึกที่สุดที่มีชื่อว่าทาร์ทารัส

ในยมโลกของเทพฮาเดสแห่งนี้ นอกจากนรกขุมที่ลึกที่สุดแล้ว ยัง มีแดนด้านนอกหรือขุมที่ติดกับชายแดนชื่อว่า อีเรบุส หรือ เออร์บัส (Erebus) ซึ่งเชื่อกันว่า เมื่อวิญญาณคนตายผ่านปากทางนรก และลงเรือข้ามฟาก ของชารอนแล้ว ก็ต้องผ่านประตูทางเข้าสู่แดนเออร์บัส ที่มีสุนัขสามหัว หาง มังกร ชื่อว่า เซอร์บรัส (Cerberus) เฝ้าอยู่ เซอร์บิรัส ทำหน้าที่เฝ้ายามอย่าง แข็งขัน คือ จะยอมให้วิญญาณคนตายทุกดวงเข้าประตูไป แต่ไม่ยอมให้ ออกมาเด็ดขาด

ยมโลก ฮาเดส (Hades)

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

แพน (Pan) เทพแห่งดนตรี

แพน (Pan) เทพแห่งดนตรี

ในบรรดาวงศ์โอลิมเปี้ยน มีเทพอยู่องค์หนึ่งไม่เหมือนทวยเทพองค์ อื่น โดยมีร่างกายกึ่งมนุษย์กึ่งสัตว์ แต่ก็ได้รับการยอมรับ เป็นเทพองค์หนึ่งในสวรรค์ชั้นโอลิมปัสมีนามว่า เทพแพน

Among the Olympians There is one deity, unlike other gods with semi-human bodies But was accepted Is one of the gods in heaven.

แพน (Pan) เป็นเทพในระดับหลานของซุส กล่าวคือ เป็นโอรสของ เทพเฮอร์มีสกับนางพรายน้ำอนงค์หนึ่ง แพนเป็นเทพแห่งทุ่งโล่งและดงทึบ หรือจะเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เทพแห่งธรรมชาติทั้งปวงก็ไม่ผิด เพราะคำว่า “แพน” ในภาษากรีกแปลว่า “All” หรือทั้งหลายทั้งปวงนั่นเอง

Pan (Pan) is the goddess of Zeus’ nephew, that is, the son of the god Hermes and Mrs. Namon Anon One Pan is the god of the open field and dense grove. Or is also called The gods of all nature are not wrong because the word “Pan” in Greek means “All” or all of them.

เทพองค์นี้มีรูปร่างผิดแปลกกับเทพอื่นๆ ที่มักสวยสง่างาม เทพ แพนเป็นส่วนผสมระหว่างมนุษย์กับสัตว์ กล่าวคือ ร่างกายหน้าตาเป็น มนุษย์ แต่ท่อนล่างลงไปเป็นแพะ บนศีรษะมีเขาเป็นแพะเช่นกัน และมี หนวดเครา

This god has a strange shape with other gods. Which is beautiful and beautiful On the head he had a goat as well and had a beard.

เทพแพนมีพรสวรรค์พิเศษอยู่อย่างหนึ่งคือเป่าหลอดได้ไพเราะมาก จนกระทั่งครั้งหนึ่งเคยประลองขันแข่งกับเทพอะพอลโล เทพแห่งดนตรีกาล เลยทีเดียว หลอดของแพนทำจากต้นอ้อธรรมดา มีลักษณะไม่เหมือนขลุ่ย ภาษาอังกฤษเรียกของสิ่งนี้ว่า Pipe ซึ่งแปลว่าหลอดหรือท่อ

One of the special talents of the Pan gods is blowing very beautiful. Until one time competing with Apollo The god of music ever. Pan tubes are made from plain reeds. Looks like a flute English is called this pipe, which means tube or pipe.

การที่เทพแพน มีเครื่องดนตรีชิ้นนี้ประจำตัวนั้น ได้มีตำนานกล่าว ไว้น่าสนใจคือ แพนได้ไปยลโฉมของนางพรายน้ำตนหนึ่งเข้านามว่า ไซรินซ์ (Syrinx) เกิดถูกชะตาต้องใจเป็นอันมาก จึงติดตามไปหมายจะขอความรัก แต่นางพรายน้ำไม่ยินดีด้วย เนื่องจากหวั่นกลัวในรูปร่างของแพน เทพ แห่งธรรมชาติ จึงวิ่งหนีเตลิดไป แพนก็ออกไล่ตามจนมาถึงริมน้ำ

The Pan god has this instrument Have a legend said Interesting is Pan got the look of Mrs. Prathum, one of whom was named Syrinx. Therefore follow to mean to ask for love But Mrs. Prathom was not pleased. Due to the fear of the nature of the Pan, the god of nature therefore ran away. Pan then chased after the water’s edge.

ครั้นนางพรายน้ำ เห็นท่าจวนเจียนหนีไม่พ้นแน่ จึงตะโกนขอความช่วยเหลือจากเทพแห่งท้องธาร คำขอร้องของนางสัมฤทธิผล เทพแห่งท้องธารสงสารนาง จึงดลบันดาลให้นางกลายเป็นต้นอ้อประดับอยู่ริม ฝั่งน้ำนั่นเอง เมื่อเทพแพนมาถึง และได้รู้ความจริงก็เศร้าสร้อยมาก จึงเอา ต้นอ้อนั้นมาตัดและมัดเข้าด้วยกัน ใช้เป็นเครื่องดนตรีเป่าอย่างไพเราะ สืบมา และชื่อของนางพรายน้ำตนนี้ ซึ่งแปลว่า หลอดหรือท่อ ยังคงใช้ สืบกันมาจนตราบเท่าทุกวันนี้

แพน (Pan) เทพแห่งดนตรี

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

เรื่องราวของไซคี

เรื่องราวของไซคี

ไซคีเสียใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น นางพร่ำโทษตัวเองที่ผิดคำสัวเอง นางจึงตัดสินใจละทิ้งบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อติดตามหาคิวปิด ซึ่ง ลำบากมากสำหรับผู้หญิงอ่อนแอและบอบบางอย่างไซคี แต่พี่สาว ของไซค์กลับรู้สึกยินดี พร้อมทั้งไปที่หน้าผาเรียกเทพลมมารับ เพราะ ว่าคิวปิดอาจจะรับพวกนางเป็นชายาแทนไซดี แต่เพราะเทพลมเสฟไฟรัส ไม่ได้รับคำสั่งให้มารับเมื่อพวกนางกระโจนออกจากหน้าผา พวกนางจึง ตกเขาตาย

ไซคีซัดเซพเนจรรอนแรมตามหา คิวปิดอย่างยากลำบาก จนพบเข้ากับวิหาร เทพดิมิเทอร์ เทพีแห่งพืชผล ซึ่งของบูชานั้น วางระเกะระกะไม่มีระเบียบเพราะชาวไร่ ต่างเหนื่อยล้าจากการทำงาน ไซคีจึงจัด ระเบียบของเซ่นสรวงจนเรียบร้อย เทพีดิมิเทอร์พอใจมาก จึงบอกให้ไซคีไปที่วิหาร ของเทพีวีนัสเพื่อขออภัยโทษ

แต่เทพีวีนัส มีความริษยาแรง จึง หาทางกลั่นแกล้งไซคีต่างๆ นานา โดยให้

ไซคีแยกเมล็ดข้าว ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพดถั่วและธัญญาหารชนิดต่างๆ ที่ปะปนอยู่ในฉางแยกออกมาให้เสร็จก่อนค่ำ เพื่อให้นกพิราบของพระนางกิน ไซคีถึงกับท้อแท้ใจ เพราะนางเป็นแค่ หญิงมนุษย์ธรรมดา ไม่มีทางจะทำสิ่งที่เกินความสามารถเช่นนี้ได้แน่นอน ในขณะนั้นคิวปิดที่คอยเฝ้ามองดูแลไซคีอยู่ห่างๆ ตลอดเวลาก็ส่งมดฝูง ใหญ่มาช่วยงานไซคี โดยมดทั้งหมดต่างแยกธัญญาหารอย่างเรียบร้อย และรีบกลับไปก่อนค่ำ

เทพีวีนัสกริ้วมาก เพราะรู้ว่าไซคีไม่ได้ทำเอง และคนที่ช่วยเหลือ นางก็คือโอรสของพระนางนั่นเอง จึงสั่งให้ไซคี ไปเก็บขนแกะทองคำมาให้ พระนางซึ่งแกะขนทองฝูงนั้นโหดร้ายมาก แต่เทพประจำแม่น้ำก็ช่วยเหลือ ไซคี บอกเคล็ดลับต่างๆ จนไซคีทำภารกิจที่สองสำเร็จ

เมื่อผู้เป็นสะใภ้สำเร็จภารกิจมาได้ทั้งสองครั้ง ทำให้เทพีวีนัสคิด แผนการร้ายกาจที่สุดขึ้นมาได้โดยรับสั่งให้ไซคีนำผอบไปขอเครื่องประทิน โฉมจากเทพีเปอร์เซโฟนีมเหสีของเทพฮาเดส แห่งยมโลกมาถวายพระนาง ซึ่งหมายถึงการส่งไซคีไปตายนั่นเอง

ไซคีท้อถอยหมดกำลังใจอย่างมากเมื่อรู้ความหมายของเทพีวีนัส นางจึงคิดว่า ดีเหมือนกัน ในเมื่อสามีไม่เหลียวมองตนอีกต่อไปแล้ว ก็ ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไป ดังนั้นไซคีจึงขึ้นไปยังยอดผา เตรียมตัวกระโดดฆ่าตัวตายไปสู่ยมโลก แต่ยังไม่ทันที่ไซคีจะทำตามความ ตั้งใจ คิวปิดที่เฝ้ามองนางอยู่จึงเอ่ยปลอบประโลมนางอย่างอ่อนโยนด้วย

ความรักและสงสาร ทว่าทิฐิก็ยังทำให้กามเทพไม่ยอมปรากฏกายให้ ไซคีเห็น ไซคีได้ยินเสียงปลอบใจปริศนานั้นก็ทำให้มีกำลังใจสู้ต่อ คิวปิดบอกวิธีต่างๆ ในการไปนรกอย่างปลอดภัยให้กับไซคี พร้อมกับย้ำเตือน นางไม่ให้นางเปิดผอบเครื่องประทินโฉมนั้นเป็นอันขาด

ในที่สุดนางก็ได้รับมอบผอบทองคำ จากเทพีเปอร์เซโฟนี ซึ่งย้ำ เตือนไซคีว่าห้ามเปิดดูผอบเป็นอันขาด อย่างไรก็ตาม ไซคีไม่สามารถอดใจ ได้ เพราะคิดว่าเครื่องประกอบความงามนั้น จะทำให้เธองดงามกว่าเดิม เพื่อว่าสามีของเธอจะเกิดความยินดี เมื่อได้พบหน้าเธออีกครั้ง เมื่อเปิด ผอบขึ้น เธอก็ล้มสลบลงทันที เพราะเครื่องประกอบความงาม ที่อยู่ในผอบ ก็คือเวทมนตร์แห่งความหลับใหลในยมโลก (ตรงนี้เป็นการบอกว่า เคล็ดลับ รักษาความงาม ก็คือการได้นอนหลับพักผ่อน อย่างเพียงพอนั่นเอง)

เมื่อนางไซคีสลบไปดังกล่าว เทพคิวปิดที่เฝ้ามองอยู่ก็รีบเข้ามา ช่วยเหลือนำเวทมนตร์แห่งความหลับใหลนั้นเก็บใส่ผอบอย่างเดิม และ ปลุกไซคีให้ฟื้นขึ้น และชี้ให้ไซคีเห็นโทษของความอยากรู้อยากเห็นที่เกิด ขึ้นกับนางถึงสองครั้งแล้ว จากนั้นคิวปิดได้ทูลขอมหาเทพซุส ช่วยเกลี่ยกล่อมให้เทพีวีนัสยกโทษให้ไซคี และบันดาลให้นางไซคี ได้ความเป็นอมตะ เช่นเหล่าทวยเทพทั้งหลาย ตั้งแต่นั้นเทพคิวปิดและนางไซค์จึงได้ ครองคู่อย่างเป็นสุขเป็นต้นมา

Syed is very sorry about the incident. She blames herself for wrong words. She decided to abandon her homeland. In order to track down Cupids, which is very difficult for a weak and fragile woman like Syed, but Saike’s sister is happy. Along with going to the cliff, calling the wind god to receive it, because Cupid may accept them as a boy instead of Saeed But because of the wind power Was not ordered to come when they had jumped out of the cliff, so they fell to death

Ziggy wandered and wandered in search of Cupid is difficult Until found in the temple of the Dimitri Which the worship Messy, no mess, because farmers After being exhausted from work, Syed therefore arranged the order of the offerings. The Dimitri goddess is very satisfied. Then told Zechariah to go to the temple Of the goddess Venus for forgiveness

But the goddess Venus is energetic, therefore looking for various cyber bullying by giving
Sekee separates grain, barley, corn, beans and various types of cereals. Which is mingled in the shed, separated before the evening So that the pigeons of Phra Nang eat Syed, even discouraged Because she is just Ordinary human woman There is no way to do things that are beyond this capability.

เรื่องราวของไซคี

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

คิวปิดและไซคี

คิวปิดและไซคี

ตำนานสำคัญของกามเทพคิวปิดนั้นจะเกี่ยวข้องกับนางไซคี (Psyche แปลว่า จิตใจ หรือ วิญญาณ) ผู้มีรูปโฉมงดงาม เป็นที่เลื่องลือ ผู้ที่ได้ พบเห็นต่างก็ลุ่มหลงเทิดทูนจนลืมที่จะบูชาเทพีวีนัส เทพีแห่งความงาม มารดาของคิวปิดไป ทำให้เทพีวีนัสเกิดความไม่พอใจ จึงสั่งให้คิวปิดไป ทำให้ไซค์ไปหลงรักชายที่เลวทรามต่ำช้าสักคนหนึ่ง คิวปิดได้ฟังดังนั้นก็ รีบไปทำตามคำสั่งแม่

โดยลอบเข้าไปในห้องนอนของไซคี ขณะนางกำลังหลับอยู่ตั้งใจจะยิงศรตามคำสั่งแม่แต่เมื่อเห็นรูปโฉมของนางกลับตกตะลึง รับทำลูกศรในมือทิ่มแทงตัวเอง คิวปิดจึงหลงรักไซคีนับแต่บัดนั้น ทำอะไรเปิดเผยไม่ได้ เพราะกลัวแม่ สุดท้ายก็วางแผน โดยขอความ ช่วยเหลือจากเทพหลายองค์ให้ไม่มีใครมาสู่ขอนางไซคี

(เพราะคิดเอาเอง ว่า นางอยู่สูงเกินกว่าจะเอื้อมถึง ก็เลยไม่มีใครมาขอ) กระทั่งพี่สาวของ นางออกเรือนกันไปหมด พ่อแม่ของนางจึงต้องอ้อนวอนบวงสรวง เทพ อะพอลโล เทพแห่งการพยากรณ์ว่า เมื่อไรนางจึงจะได้พบเนื้อคู่ และเนื้อ คู่เป็นใคร อยู่ที่ไหน เทพอะพอลโลก็พยากรณ์ว่า คู่ครองของนางไซคีไม่ใช่ มนุษย์แต่เป็นอมนุษย์ และรอคอยนางที่ยอดเขา

แต่นางจะต้องไม่มองดู คู่ครองของเธอโดยเด็ดขาด ด้วยความเศร้าทั้งพ่อและแม่โดยความเห็นชอบ ของนางไซคี จึงแห่ไปส่งนางไซคีที่ยอดเขาและทิ้งไว้เพียงลำพัง เทพเสฟ ไฟรัส (Zephyrus) เทพประจำลมตะวันตก จึงพัดพาเธอไปยังปราสาทที่ กามเทพคิวปิดเนรมิตไว้ ห้อมล้อมด้วยหุบเขาซึ่งมีธรรมชาติอันสวยงาม

ตกกลางคืนคิวปิดก็มาครองคู่อยู่กับไซคี โดยนางมองไม่เห็นว่าเขามีหน้า ตาเป็นอย่างไร พอรุ่งสางคิวปิดก็จากไปท่ามกลางความสุขสบายนั้น คิวปิด ขอคำมั่นสัญญาจากนางไซดีว่า จะไม่จุดไฟหรือพยายามมองเห็นตัวเขา ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ไซคีก็รับปาก

ต่อมานางไซคีได้เชื้อเชิญพี่สาวทั้งสองของนางมาเที่ยวยังปราสาท ด้วยความยินยอมอย่างไม่เต็มใจนักของคิวปิด พี่สาวของนางมาพบเห็น ปราสาทที่งดงาม ก็รู้สึกอิจฉาในโชคลาภวาสนาของน้องสาวจึงยุยงให้ไซคี ลอบดูตัวสามี โดยวางแผนไว้ว่า หากพบเห็นว่าเป็นอมนุษย์ที่น่าเกลียดก็ ให้ฆ่าเสียนางก็ดันเชื่อในคำยุยงนั้นซ่อนตะเกียง และมีดเอาไว้ใต้เตียง เมื่อ คิวปิดมาและหลับไป

นางจึงลอบจุดตะเกียงส่องดูสามี เธอจึงพบว่าสามี ของนาง เป็นชายหนุ่มรูปงามกว่าชายใดๆ ที่เธอเคยพบมาทันใดนั้นน้ำมันตะเกียง ก็หยดลงต้องกายคิวปิดจึงตื่นขึ้น และเมื่อเห็นว่าภรรยาของตนละเมิดคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ คิวปิดจึงบอกนางว่า

“ความรักไม่อาจดำรง อยู่ได้ถ้าปราศจากความไว้วางใจ ข้าจะลงโทษเจ้า ด้วยการจากเจ้าไปตลอดกาล”

แล้วก็บินจากไป พร้อมกันนั้นปราสาทและอุทยานที่งดงามพลันอันตรธานหายไปด้วย

The important myth of Cupid Cupid is related to Mrs. Sekee (Psyche means mind or spirit). It is well known that those who have seen each other are so enamored that they forgot to worship the goddess Venus. Goddess of beauty Cupid’s mother went Causing the goddess Venus to be dissatisfied Therefore ordered Cupid to go Causing Zyck to fall in love with one of the vicious men Cupid therefore listens. Hurry to follow the mother’s orders

By stealing into the bedroom of Syed While she was asleep, intended to shoot an arrow at the command of the mother Get the arrow in your hand Cupid therefore fell in love with Cykie. Do not reveal anything for fear of the last mother planning by asking for help from many gods so that no one can come.

(Because he thought that she was too high to reach So no one came to ask) until the sister of All her children Her parents had to plead with the god Apollo, the god of prophecy. When will she find a soulmate and a partner? Where is the god Apollo? The spouse of Mrs. Sekee is not Humans but human beings And waiting for her at the top

คิวปิดและไซคี

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

อีรอส (Eros)

อีรอส (Eros) กามเทพแผลงศรรัก

เทพอีรอส (Eros) ของกรีก หรือ เทพคิวปิด (Cupid) หรือ เทพอามอร์ (Amor) ของโรมัน ซึ่งเป็นกามเทพ หรือเทพแห่งความรัก ลักษณะที่เราคุ้นเคยก็คือ เทวดาเด็กมีปีกสีขาว ถือธนูคอยยิงศรให้คนเกิดความรักต่อกัน

ตำนานเล่าความเป็นมาของเทพเจ้าองค์นี้ต่างๆ กันไปคิเคโร (Cicero) ได้เล่าไว้ 3 ทางด้วยกัน ทางหนึ่งว่าเป็นโอรสของเมอร์คิวรี (เฮอร์มีส) และ เทพีไดอานา (อาร์ทีมิส) อีกทางหนึ่งว่า โอรสของเมอร์คิวรี และวีนัส (อโฟรไดท์) และอีกทางหนึ่งว่า เป็นโอรสของมาร์ส (เอรีส ตามปกรณัม ของกรีก) และวีนัส ขณะที่ในเธโอโกนี ของเฮสิออด ซึ่งเป็น ตำราเทวศาสตร์ (theoography) ที่เก่าแก่ที่สุดของกรีกโบราณระบุว่า คิวปิดถูกสร้างขึ้นมา พร้อมกับเคออสและโลก ในตำราเกี่ยวกับเทพเจ้าโบราณโดยทั่วไป ระบุ ว่ามีคิวปิดสององค์ หรือสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งว่า เป็นโอรสของจูปิเตอร์ (เซอุส หรือ ซุส) และวีนัส อีกฝ่ายหนึ่งว่าเป็นโอรสของนิกซ์ และเอเรบุส

แต่ส่วนใหญ่ในตำนานการกำเนิดของคิวปิด บอกไว้ว่า เทพีวีนัสหรือ เอโฟรไดท์ได้ลักลอบเป็นชู้กับเทพสงคราม เอรีส (เนื่องจากฝ่ายหญิง ได้สมรสแล้วกับเฮเฟสทัส เทพแห่งการช่าง แต่เทพีวีนัสไม่พอใจ เพราะเทพ สวามีเอาแต่ขลุกตัวอยู่กับงานของตน อีกอย่างพระนางก็พอใจเทพเอรีสมาแต่แรก แต่ที่ได้แต่งงานกับเทพเฮเฟสทัส เพราะเทพซุสยกพระนางให้ เป็นรางวัลแก่เทพเฮเฟสทัส) จนกระทั่งมีโอรสให้นามว่า คิวปิด หรืออีรอส

ตามตำนานแล้ว เทพคิวปิดจะอยู่ใกล้ชิดกับเทพีวีนัสผู้เป็นมา อยู่เสมอ ซึ่งอาจเทียบเคียงในเชิงอุปมาอุปไมยได้ว่า เมื่อมีความงาม ซึ่ง จะตามมาด้วยความใคร่และความรัก

อย่างไรก็ตาม ในตอนแรกนั้น เทพคิวปิดไม่ยอมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ตามกาลเวลาที่ผ่านไป ยังคงเป็นเด็กอยู่เสมอ ทำให้เทพีวีนัสเกิดความ กังวลใจ จึงไปปรึกษากับเทพีธีมิส เทพีแห่งความยุติธรรมว่า ควรทำอย่างไร คิวปิดจึงจะเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ก็ได้รับคำตอบว่า ที่คิวปิดไม่ยอมโต เป็นเพราะขาดเพื่อนเล่นแก้เหงา ต่อมาไม่ช้าไม่นาน เทพีวีนัสก็ได้กำเนิด โอรสอีกองค์หนึ่งชื่อ แอนตีรอส (Anteros) ซึ่งมีบิดาคือเทพมาร์ส เมื่อมี น้องเป็นเพื่อนเล่น กามเทพคิวปิดจึงเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มรูปงาม ส่วนเทพ แอนตีรอสนั้นถือกันว่า เป็นเทพที่บันดาลให้เกิดความรักตอบด้วย ตรงนี้ ตีความได้ว่า ความรักที่ก่อกำเนิดขึ้นนั้นจะบรรลุผล จะต้องได้รับความรัก ตอบ เมื่อครบทั้งสองทาง ความรักนั้นจึงจะสมบูรณ์

Eros Cupid
The god Eros (Eros) of the Greek gods or cupid (Cupid) or the god Amor (Amor) of the Roman Cupid. Or the god of love The style that we are familiar with is Baby angel with white wings Holding a bow to shoot arrows for people to love each other
The legend tells of the history of this god. Cicero described in three ways as one of the sons of Mercury (Hermes) and the goddess Diana (Artemis). One way Mercury and Venus’s son (Aphrodite)

And another way that Is the son of Mars (Erez, according to the Greek mythology) and Venus, while in Theogoni of Hezibod, which is the theological textbook (theoography), the oldest of the ancient Greeks, stated that Cupids were created. With Chaos and the world In the texts concerning ancient gods, it generally indicates that there are two or two divisions of Cupid that are sons of Jupiter (Perseus or Zeus) and Venus, the other being the son of Nix and Ereb For

อีรอส (Eros)

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

เรื่องราว เทพแห่งเหล้าองุ่น

เรื่องราว เทพแห่งเหล้าองุ่น

ซุสเนรมิตองค์ให้ปรากฏตามลักษณะประกอบด้วยทิพยาภิสังขาร อันเป็นจริง พอนางสีมิลีได้เห็นภาพของไท้เธอ ด้วยตาอันพร่าพราว นาง ก็ถึงแก่ล้มกลิ้งด้วยไม่อาจทนต่อทิพยอำนาจของไท้เธอได้ และในชั่วพริบตาก็บังเกิดไฟลุกขึ้นเผาผลาญนางให้วอดวายกลายเป็นจุณไป ในขณะนั้นนางสีมิลีทรงครรภ์อยู่

Zeus transformed himself to appear in a manner that consisted of Thippayapisakkhan, which is true. With a dazzling blink of an eye, she is also falling down, unable to endure the power of Tai. And in the blink of an eye he made a fire, and burned up and burned her. At that time, she was pregnant.

แม้ซุสไม่อาจช่วยชีวิตของนางไว้ได้ แต่ก็ยังสามารถช่วยบุตรได้ ไท้เธอฉวยทารกออกจากไฟฝังไว้ในต้นชานุมณฑล ของไท้เธอเอง ทารกคงอยู่ในที่นั้นต่อจากที่ได้อยู่ในครรภ์ มารดามาแล้ว จนครบกำหนดคลอด ซุสจึงเอาทารกออกมอบให้นางอัปสรพวกหนึ่งเรียกว่า ไนสยาดีส (Nysiades) เป็นผู้อนุบาล นางอัปสรพวกนี้เอาใจใส่อนุบาลทารกอย่างทะนุถนอมเป็นอย่างดี ซุสจึงโปรดเนรมิตให้กลายเป็นกลุ่ม ดาวหนึ่ง เรียกว่า ไฮยดีส (Hyades) ส่วนทารกน้อยผู้ที่ถูกนางอัปสรเลี้ยงดูมีชื่อว่า ไดโอนิซัส หรือ แบกคัส นั่นเอง

Although Zeus could not save her life But still able to help the child She took the baby out of the fire, buried it in the beginning of the temple of her own. The baby remained there after being in the mother’s womb until the birth. Zeus took the baby and gave it to the Apsorn. They called Nysiades as a kindergarten. These young women are very kind and caring. Zeus, therefore, transformed into a constellation called Hyades.

แม้ว่ากำเนิดแท้จริงของไดโอนิซัสจะเป็นกึ่งมนุษย์กึ่งเทพ แต่ก็ได้รับ การยอมรับให้เป็นเทพอย่างสมบูรณ์ มีความเป็นอมฤตภาพเช่นเดียวกับ เหล่าเทพสภาอื่นๆ บนสวรรค์ชั้นโอลิมปัส แต่ไดโอนิซัสรักที่จะเดินทาง ท่องเที่ยวไปบนผืนดินอันกว้างขวางมากกว่า ไปทางไหนก็นำความชุ่มชื้น แห่งสุราเมรัยติดไปด้วย คนที่มองเห็นคุณความดีของเธอพากันเคารพ นับถือ ส่วนคนที่ดูถูกเหยียดหยามมักถูกลงโทษ ในฐานะที่เพิ่งจะดำรง ตำแหน่งเทพไดโอนิซัสไม่ประสบความสำเร็จ ในการทำให้คนนับถือสัก เท่าใดนัก ครั้นเวลาผ่านไป และคุณกับโทษของเธอเป็นที่ประจักษ์ชัดขึ้น มนุษย์ส่วนใหญ่จึงพากันเคารพนับถือ และสร้างวิหารถวายแด่ เมรัยเทพ เป็นการใหญ่

ไดโอนิซัส ทำให้พื้นดินสะพรั่งไปด้วยองุ่นรสเลิศที่ทรงคุณประโยชน์ มากหลาย ทำให้ผู้คนอิ่มหนำและชื่นบาน แต่มีหลายครั้งที่ไดโอนิซัส ทำให้คนกลายเป็นวิกลจริตอย่างน่าสมเพช ในจำนวนนี้มีสตรีกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเรียกว่า เมนาดส์ (Maenads) ซึ่งถูกพิษของเมรัย ทำให้เป็นบ้าหมดสติ ไปทุกคน ต่างกระโดดโลดเต้นร้องรำทำเพลงไปตามป่าเขาลําเนาไพรอย่าง ขาดสติ บางครั้งก็มาห้อมล้อมติดสอยห้อยตามไดโอนิซัสไปด้วย ต่อมา ในยุคโรมันเมื่อไดโอนิซัสได้รับชื่อเป็นภาษาละตินว่า แบกคัส (Bacchus) คณานางสติไม่สมบูรณ์ เหล่าสตรีก็ได้รับชื่อใหม่ว่าแบกคันทีส (Bacchantes) จึงออกจะเป็นภาพที่ประหลาดมากที่ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งจะเดินทาง ไปไหนๆ โดยแวดล้อมด้วยผู้หญิงบ้า

เรื่องราวความรักของไดโอนิซัสก็มีบ้างแต่เป็นรักที่ลงเอยด้วยความ เศร้าสลด คือเธอไปพบและช่วยเหลือนาง อาริแอดนี่ (Ariadne) ธิดาเจ้ากรุง ครีตไว้ได้ อาริแอดนี่ ธิดาของท้าวไมนอสแห่งนครครีต ซึ่งเลี้ยงอสูรร้ายชื่อมิโนทอร์เอาไว้ใต้ดิน เมื่อวีรบุรุษธีลิอัสเดินทางไปครีตเพื่อเป็นเหยื่อแก่ มิโนทอร์ นวลอนงค์ก็เกิดมีใจปฏิพัทธ์ กับเจ้าชายหนุ่ม จึงหาทางช่วยเหลือ และพาหนีออกเกาะครีตได้สำเร็จ แต่ทว่านางถูกทอดทิ้งไว้เดียวดาย บนเกาะร้างแห่งหนึ่ง ไดโอนิซัส ไปพบ เข้าจึงเกิดความสงสารและรักนาง แต่รักได้ไม่นาน อาริแอดนี่ก็ตายลง ไดโอนิซัสสุดเสียใจนัก จึงไม่มีรักใหม่อีกเลย

ตัวของไดโอนิซัสเองก็มีชีวิตแสนเศร้าพอๆ กับรักของเธอเอง ใคร คิดบ้างว่าเทพที่มีกายเป็นอมฤตภาพก็มีโอกาสตายได้เช่นกัน นักกวีชาว กรีกโบราณเขาเขียนขึ้นตามความเป็นจริงของต้นองุ่น

กล่าวคือ เมื่อถึงฤดูเก็บองุ่น ชาวบ้านจะฟันเอากิ่งที่มีองุ่นติดเต็ม ไปหมด เหลือไว้แต่ต้นโดดเดี่ยว มองดูแล้วน่าสะพรึงกลัว เพราะมีแต่ลำต้น อุ่นๆ ปราศจากกิ่งก้านสาขา แต่ไม่นานเมื่อเวลาผ่านไป ต้นองุ่นก็ค่อยๆ ฟื้นตัวกลับแตกแยกกิ่งก้านและใบสวยงาม ต่อจากนั้นก็ผลิดอกออกผล

เป็นที่เจริญตาอีกครั้ง

ไทแทน ทำร้ายอย่างน่าสยองขวัญด้วยการฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆ ก็ดั่งต้นองุ่น ที่ถูกตัดกิ่งก้านเพื่อเก็บผลของมัน แต่ไม่นานนักเทพไดโอนิซัสก็กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ ก็ในเวลาที่เธอฟื้นจากความตายนี่แหละ ที่ใครๆทั้งเทวดาและมนุษย์ต่างก็ชื่นชมยินดีและจัดงานรื่นเริงฉลองรับขวัญกันเอิกเกริก และจากการตายนี้เอง ไดโอนิซัสได้ช่วยเหลือมารดาที่เธอไม่เคย เห็นหน้ามาก่อนจากหัตถ์ของยมเทพและนำขึ้นสถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นโอลิมปัสได้อย่างปลอดภัย

เรื่องมีอยู่ว่า เทพไดโอนิซัส ได้ติดตามหามารดาในปรโลก เมื่อพบ แล้วเธอก็ขอนางคืน มาจากยมเทพฮาเดส แต่มัจจุราชไม่ยินยอม จนเกิด การโต้เถียงกันว่าใครจะเหนือกว่าใครไดโอนิซัสบอกคำเดียวว่าตนนั้นเหนือ กว่ามัจจุราช เพราะเธอสามารถตายแล้วคืนชีพได้อีก ไม่เคยมีเทพองค์ใด กระทำได้อย่างเธอเลย เทพฮาเดสเห็นจริงตามนั้น ก็ยอมมอบนางสิมิลีให้ บุตรชายพาออกจากแดนบาดาลไป เทพไดโอนิซัสจึงพามารดาขึ้นสวรรค์ บนโอลิมปัสที่นั่นเหล่าเทพน้อยใหญ่ต่างต้อนรับนางสิมิลีเป็นอย่างดี โดยที่ นางเป็นอมตหญิงคนเดียวที่อยู่ท่ามกลางอมตเทพทั้งปวง และเฮราเทวีก็ทำอะไรมิได้อีก

เรื่องราว เทพแห่งเหล้าองุ่น

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

ไดโอนิซัส

ไดโอนิซัส (Dionysus) เทพแห่งเหล้าองุ่น

แบกคัส หรือ ไดโอนิซัส (Dionysus) ตามชื่อกรีก ได้รับการยกย่อง เป็นเทพองค์หนึ่งในคณะเทพโอลิมเปียน และเป็นที่นับถือของชนทั้งหลาย ในฐานะเทพผู้พบและครองผลองุ่น ต่อมาเป็นเทพครองน้ำองุ่นตลอดจน ความเมาเนื่องจากการดื่มน้ำองุ่นด้วย

ไดโอนิซัส เป็นบุตรของซุสเทพบดี กับนางสีมลี ธิดาของแคดมัสผู้ สร้างเมืองธีบส์กับนางเฮอร์ไมโอนี การกำเนิดของเทพไดโอนิซัสนับว่า น่า สงสารทีเดียว เหตุเพราะความหึงหวงของเจ้าแม่เฮรา กล่าวคือ

เมื่อเทพปริณายกซุสไปเกิดมีความปฏิพัทธ์พิศวาสนางสีมิลี จึงได้ จำแลงองค์เป็นมาณพลงมาแทะโลมและสมสู่ด้วยถึงแม้ว่านางจะได้รับแต่ คำบอกเล่าของมาณพ โดยไม่มีอะไรพิสูจน์ว่ามาณพนั้นคือเทพไท้ซุส นาง ก็พอใจและปีติยินดีไม่ติดใจ สงสัยอันใด ไม่ช้าเรื่องพิศวาสระหว่างซุส เทพบดีกับนางสีมลีก็แพร่งพรายไปถึงเจ้าแม่เฮราผู้หึงหวง เจ้าแม่มุ่งมั่น จะให้เรื่องนี้ยุติเสียทันที

จึงจำแลงองค์เป็นนางพี่เลี้ยงแก่ของสีมิลีเข้าไป ในห้องของนาง และชวนคุย พอได้ช่องก็ซักเรื่องเกี่ยวโยงไปถึงเรื่องความ รักของนาง และออกอุบายให้นางหลงเชื่อเกี่ยวกับประวัติอันน่าสงสัยของ มานพผู้นั้นว่าจะเป็นซุสจำแลงมาจริงหรือไม่ โดยให้มานพนั้นปรากฏกายให้เห็นในลักษณะของเทพเจ้า ซึ่งนางสีมิลีก็หลงเชื่อในที่สุดและตกลงใจที่จะกระทำตามที่พี่เลี้ยงแก่แนะนำ

เมื่อซุสเสด็จลงมาอีก นางสมิลีจึงหว่านล้อมให้ไท้เธอสาบาน โดย อ้างแม่น้ำสติกซ์เป็นทิพย์พยานว่าไท้เธอจะโปรดประทานฉันทานุมัติตาม คำขอของนางประการหนึ่ง ครั้นไท้เธอสาบานแล้วนางก็ทูลความประสงค์ ของนางให้ทราบ ซุสเทพบดีถึงแก่ตกตะลึงด้วยคิดไม่ถึงว่านางจะทูลขอ ในข้อฉกรรจ์ถึงเพียงนี้ ไท้เธอตระหนักดีว่า ถ้าให้เธอสำแดงองค์ให้ปรากฏ ตามจริง

ก็จะทำให้นางสีมิลีผู้เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาไม่อาจมีชีวิตได้ แต่อย่างไรก็ดีไห้เธอก็มีพันธะที่จะต้องปฏิบัติตามสาบานอย่างเคร่งครัด ไม่มีทางจะบ่ายเบี่ยงได้ ด้วยว่าการละเมิดคำสาบานซึ่งอ้างแม่น้ำสติกซ์ อันศักดิ์สิทธิ์เป็นทิพย์พยานนั้นย่อมบังเกิดผลร้ายกับเทพผู้สาบานทุกองค์ เหมือนกันหมด ไม่มีที่ยกเว้นแม้แต่องค์เทพบดีซุสเอง

Dionysus, the god of wine
Bagus or Dionysus, according to the Greek name, is regarded Is one of the gods of the Olympian gods And is respected by all people As a god who finds and occupies grapes Later, as the gods dominated the wine as well. Drunkness due to drinking grape juice as well
Dionysus is the son of Zeus, the deity and Mrs. Simli, the daughter of Cadami. Built the city of Thebes with Mrs. Hermione The origin of Dionysus is quite poor because of the jealousy of the goddess Herera.

When the deity of Zeus was born to have a tenderness, the color of the woman, Mylie, had to be a young man descending into her mind and being in contact with him. The words of the young man With no proof that the young man was the Zeus god, she was pleased and delighted not to doubt any sooner or later about Zeus The deity and Mrs. Simli were spreading to the goddess Hera, jealous. Goddess committed Will stop this matter immediately

ไดโอนิซัส (Dionysus) เทพแห่งเหล้าองุ่น

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

เทวีแห่ง การเกษตรกรรม

เทวีแห่ง การเกษตรกรรม

ในระหว่างที่ยังไม่พบธิดานี้ มีเรื่องแทรกเกี่ยวกับเจ้าแม่ดีมิเตอร์ เกิดขึ้นเรื่องหนึ่ง ดังนี้

เพื่อมิให้ผู้หนึ่งผู้ใดรู้จัก เทวีดีมิเตอร์ ได้จำแลงองค์เป็นยายแก่ ในขณะ ที่นั่งพัก พวกธิดาของเจ้านครอีลูสิสรู้ ว่ายายแก่มานั่งคร่ำครวญคิดถึงลูก บังเกิดความสังเวชสงสาร และเพื่อที่ จะให้ยายหายโศกเศร้า นางเหล่านั้น จึงชวนยายแก่เข้าไปในวังให้ดูแลกุมาร ทริปโทลีมัส (Triptolemus) ผู้น้อง ซึ่ง ยังเป็นทารกแบเบาะอยู่ เทวีดีมิเตอร์ ยอมรับภาระนี้พอลูบคลำโอบอุ้มทารก

ทารกก็เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลขึ้นเป็นที่ อัศจรรย์แก่เจ้านคร และบริวารยิ่งนัก ตกกลางคืนขณะที่เทวีอยู่ ตามลำพังกับทารก เทวีคิดใคร่จะให้ทารกได้ทิพยภาพเป็นอมรตรัยบุคคล จึงเอาน้ำวิเศษเกสรดอกไม้ ชะโลมทารก พลางท่องบทสังวัธยายมนต์ แล้ว วางทารกลงบนถ่านไฟอันเร่าร้อน เพื่อให้ไฟลามเลียเผาผลาญธาตุมฤตยู ที่ยังเหลืออยู่ในกายทารกให้หมดสิ้น

ฝ่ายนางพญาของเจ้านครยังไม่วางใจยายแก่นักค่อยย่องเข้าไปใน ห้องเพื่อคอยดู ประจวบกับตอนเทวีดีมิเตอร์กำลังทำพิธีชุบทารกอยู่พอดี นางตกใจนัก หวีดร้องเสียงหลงพลางถลันเข้าฉวยบุตรออกจากไฟ ครั้น เห็นบุตรสุดสวาทไม่เป็นอันตรายแล้ว จึงหันกลับมาจะไล่เบี้ยเอากับยาย แก่เพื่อให้สาสมกับความโกรธแค้น แต่แทนที่จะเห็นยายแก่กลับเห็นรูปเทวี ประกอบด้วยรัศมีเรืองรองอยู่ตรงหน้า เทวีตรัสพ้อนางพญาโดยสุภาพ ใน การที่เข้าไปขัดขวางการพิธีเสีย ทำให้มนต์เสื่อมและชุบทารกอีกไม่ได้ แล้ว เทวีดีมิเตอร์ก็ออกจากเมืองอีลสิส เที่ยวหาธิดาต่อไป

วันหนึ่งเทวีดีมิเตอร์พเนจรเลียบฝั่งแม่น้ำอยู่พลัน ได้ประสบวัตถุ แวววาวสิ่งหนึ่ง อยู่แทบบาท เทวีจำได้ทันทีว่า เป็นสายรัดองค์ของธิดา คือสายรัดองค์ที่เพอร์เซโฟนีทิ้งฝากนางอัปสรแห่งแม่น้ำไซเอนไว้ ทรงของฮาเดสจะลงสู่บาดาล เทวีได้ของสิ่งนี้ยินดียิ่งนัก แสดงว่าธิดาอยู่ใกล้ที่นั้น จึงรีบดำเนินไปจนถึงน้ำพุแก้วแห่งหนึ่ง รู้สึกเมื่อยล้าจึง ทอดองค์ตามสบาย พอรู้สึกเคลิ้มจะหลับ เสียงน้ำพุก็ฟ่องเฟื่องยิ่งขึ้น เสียงพูดพึมพำ

ในที่สุดเทวีก็จับความได้ว่าเป็นการแจ้งข่าวของธิดาว่าเป็นประการ ใด น้ำพุเล่าประวัติของตนเองว่าเดิมตนเป็นนางอัปสรชื่อว่า แอรีธสะ Iara thusa) บริวารของเทวีอาร์เตมิส (Artemis) วันหนึ่งลงอาบน้ำในแม่น้ำแอล ฟิอัส (Alpheus) เทพประจำน่านน้ำนั้นหลงรัก แต่นางไม่ไยดีด้วยจึงหนีไป ส่วนเทพนั้นก็ติดตามไม่ลดละ นางหนีเตลิดข้ามเขาไปตลอดแว่นแคว้นซ้ำ ผ่านแดนบาดาลไปตลอดอาณาเขตของฮาเดส ได้เห็นเพอร์เซโฟนีประทับ บัลลังก์อาสน์ของราชินีแห่งยมโลก ครั้นกลับขึ้นมาอ่อนแรงเห็นไม่พ้นเทพ แอลฟีอัส นางเสี่ยงบุญอธิษฐานยึดเอาเทวีของนางเป็นที่พึ่ง เทวีอาร์เตมิส จึงโปรดบันดาลให้นางกลายเป็นน้ำพุอยู่ ณ ที่นั่น

เมื่อได้รู้ถึงที่อยู่ของธิดาดังนี้แล้ว เทวีดีมิเตอร์จึงรีบไปอ้อนวอนเทพ ซุสให้ช่วย ซุสอนุโลมตามคำวอนขอ โดยมีเงื่อนไขว่า ถ้าเพอร์เซโฟนีไม่ได้ เสพเสวยสิ่งใดในระหว่างที่อยู่บาดาลจะให้ฮาเดส ส่งเพอร์เซโฟนีขึ้นมาอยู่ กับมารดา แล้วมีเทวีบัญชาให้เฮอร์มีสลงไปสื่อสารแก่ฮาเดสในยมโลก ได้เสวยเม็ดทับทิมแล้ว 6 เมล็ด ในที่สุดจึงตกลงกันเป็นยุติว่าในปีหนึ่งๆ ให้เพอร์เซโฟนีเทวีอยู่กับฮาเดสในยมโลก 6 เดือน โดยเมล็ดทับทิมที่เสวยคิดเป็นเมล็ดละเดือนแล้วให้กลับขึ้นมา อยู่กับมารดาบนพิภพอีก 6 เดือน

สลับกันอยู่ทุกปีไป ด้วยเหตุนี้เมื่อเพอร์เซโฟนีเทวีอยู่กับมารดา โลกจึงอยู่ในระยะกาลของวสันตฤดูพืชพันธุ์ธัญญาหารนานาชนิดผลิดอกออกผล และเมื่อเพอร์เซโฟนีเทวี ลงไปอยู่ในบาดาล โลกก็ตกอยู่ในระยะกาลของเหมันตฤดู พืชผลทั้งปวงร่วง หล่นซบเซา อันเป็นความเชื่อของชาวกรีกและโรมันโบราณ

ยังมีเรื่องที่ต้องเล่าต่ออีกเล็กน้อย คือเมื่อเทวีดีมิเตอร์พบธิดาแล้ว ก็กลับไปยังเมืองอีลูสิสอีก เพราะว่าเจ้าครองนคร กับนางพญาปลูกวิหาร ถวายเทวีไว้ที่นั่น เพื่อให้มนุษย์รู้จักการทำไร่ไถนา เทวีได้สั่งสอนทริปโทลี มัส ซึ่งเติบโตเจริญวัยเป็นผู้ใหญ่แล้ว ให้รู้จักใช้ ไถ จอบ และเคียว สั่ง สอนชาวนาสืบๆ กันมาจนตราบเท่าปัจจุบัน

While still not found this daughter There is a story about the goddess of the meter. Happened one story as follows
So that no one knows Devi meter Has been a part of the old grandmother while he was resting. That the old grandmother came to sit and groan, miss the child Created a compassion for the poor, and in order for the grandmother to mourn, they invited the grandmother to enter the palace to take care of the child, Triptolemus, who was still a baby.

Devi meter Accepting this burden, enough to pet
Baby is shine There is water that is soft. The miracle to the city And the great family Fell at night while the devil was Alone with the baby Devi thinks that the baby can be blessed as Amornrai. Then took the magic water, flower pollen, baby shalom, recited the sermon and then placed the baby on a burning charcoal fire To let the fire spread and burn the deadly elements Remaining in the baby’s body

เทวีแห่ง การเกษตรกรรม

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

ดีมิเตอร์ (Demeter)

ดีมิเตอร์ (Demeter) เทวีแห่งการเกษตรกรรม

เทพซุส มีเทวีภคินี 3 องค์ ในจำนวนนี้ 2 องค์เป็นคู่พิศวาสของซุสด้วย องค์หนึ่งคือ เทวีเฮรา อีกองค์ทรงนามว่า ดีมิเตอร์ (Demeter) ตามชื่อกรีก หรือภาษาโรมันว่า ซีริส (Ceres) เป็นเทวีครองข้าวโพด ซึ่งหมายถึง การเกษตรกรรมนั้นเอง

เทวีดีมิเตอร์มีธิดาองค์หนึ่งทรงนามว่า พรอสเสอะพิน (Proserpine) หรือ เพอร์เซโฟนี (Persephone) เป็นเทวีครองฤดูผลิตผลของพืชทั้งปวง เพื่ออธิบายธรรมชาติของการผลัดฤดูกวีกรีกโบราณจึงผูกเรื่องให้เทวีองค์นี้ ถูกฮาเดส ลักพาตัวไปเป็นคู่ครองในยมโลก ดังมีเรื่องดังนี้

ฮาเดส ปกครองยมโลกอยู่คนเดียว โดดเดี่ยวไร้คู่มาเป็นเวลานาน หามีเทวีองค์ใดไยดีที่จะร่วมเทวบัลลังก์กับฮาเดส เทวีแต่ละองค์ที่ฮาเดส ทอดเสน่หา ต่างองค์ต่างก็ไม่สมัครรักใคร่ ด้วยไม่ปรารถนาจะลงไปอยู่ใน ใต้หล้าแดนบาดาล อันดวงสุริยาไม่สามารถทอแสงลงไปถึง ในที่สุดฮาเดส

ต้องตั้งปณิธาน จะไม่ทอดเสน่หาใครอีกเป็นอันขาด หากปฏิพัทธ์สวาท กับใครก็จะฉุดคร่าพาเอาลงไปบาดาลดื้อๆ

วันหนึ่งเพอร์เซโฟนี พร้อมเพื่อนเล่นทั้งมวล ชวนกันลงเที่ยวสวน ดอกไม้ เที่ยวเด็ดดอกไม้อันจรุงกลิ่น สอดสร้อยร้อยมาลัยอยู่เป็นที่สำราญ

บังเอิญฮาเดสขับรถทรงแล่นผ่านมาทางนั้น ได้ยินสรวลสรรหรรษา ร่าเริง ละครเสียงขับร้อง ของเหล่านางอัปสรสาวสวรรค์ลอยมา จึงหยุดรถทรง ลงไปเยี่ยมมองทางช่องสุมทุมพุ่มไม้ ครั้นพบเทวีรุ่นสะคราญทรงโฉมวิลาส วิไลนักให้นึกรัก จะเอาไปไว้ในยมโลก ฮาเดสจึงก้าวกระชากชิงอุ้มเพอร์ เซโฟนีเทวีขึ้นรถไปในทันที

ฮาเดสขับรถเร่งไปจนถึงแม่น้ำ ไซเอนี (Cyane) ซึ่งขวางหน้าอยู่ เห็น น้ำในแม่น้ำเกิดขยายท่วมท้นตลิ่งสกัดกั้นฮาเดสเอาไว้ จึงชักรถไปทางอื่น ใช้มือถือคู่หัตถ์มีง่าม 2 แฉก กระแทกกระทั่งแผ่นดินให้แยกออกเป็นช่อง แล้วขับรถลงไปยังบาดาล ในขณะเดียวกันนั้นเพอร์เซโฟนีแก้สายรัดองค์ ขว้างลงในแม่น้ำไซเอน พลางร้องบอกนางอัปสรประจำแม่น้ำ ให้เอาไป ถวายเทวีดีมิเตอร์ ผู้มารดาด้วย

ฝ่ายดีมิเตอร์ แม่โพสพกลับมาจากทุ่งข้าวโพด ไม่เห็นธิดาเที่ยว เพรียกหาก็ไม่พานพบวี่แววอันใด เว้นแต่ดอกไม้ ตกเรี่ยราดกลาดเกลื่อน อยู่ เทวีเที่ยวหาไปตามที่ต่างๆ พลางกู่เรียกไปจนเวลาเย็นให้อาดูร โทมนัส นัก ล่วงเข้าราตรีกาล ก็ไม่หยุดพักการเสาะหาธิดาจนถึงรุ่งอรุณของวันใหม่

แม้กระนั้นก็ไม่ลดละความพยายาม คงดั้นด้นเรียกหาธิดาไปตามทางอีก มิได้ห่วงถึงภาระหน้าที่ประจำที่เคยปฏิบัติแต่อย่างใด ดอกไม้ทั้งปวงจึง เหี่ยวเฉาเพราะขาดฝนชะโลมเลี้ยงติณชาติตายเกลี้ยงไม่เหลือเลย พืชพันธุ์ ธัญญาหารถูกแดดแผดเผาซบเซาหมด ในที่สุดเทวีก็สิ้นหวัง ระทดระทวย หย่อนองค์ลงนั่งพักที่ริมทางใกล้นครอีลสิส ความระทมประดังขึ้นมาสุดที่ จะหักห้าม เทวีก็ซบพักตร์กันแสงไห้ตามลำพัง

Demeter, the goddess of agriculture
The Zeus gods, with 3 dharma gods, are two of Zeus’s dignitaries, one of which is the goddess Dera (Demeter), according to the Greek or Roman name Ceres. Devi occupies corn, which means agriculture itself.
Devi has one daughter named Proserpine or Persephone. It is the goddess of the season. In order to explain the nature of the season shifting, the ancient Greek poets tied the story for this goddess to be kidnapped as a partner in the underworld. As follows:

Hades ruled the underworld alone Lonely without a partner for a long time Looking for any god to join the throne with Hades Each goddess, which has a passion for each other, does not apply for love. With no desire to go down in Under the ground The Suriya cannot shine to Finally, aides
Must set resolutions Will never fry anybody else If it is unrelated With whoever will pull down and take down the stubborn bowels

One day Persephone With all friends Invite each other to visit the flower garden, visit the flowers that attract the smell. Inserting a chain of garlands to be a pleasure
Incidentally, Hades drove through the way. Hear the joyful, cheerful, theatrical sound.

ดีมิเตอร์ (Demeter)

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com