กำเนิดเทพ โอลิมปัส

โอลิมปัส

หลังจากยึดอำนาจจากอูรานอส (ยูเรนัส) ผู้เป็นเทพบิดาได้แล้ว โครนัส (แซตเทิร์น) ก็ได้ขึ้นครองบังลังก์ความเป็นใหญ่ ณ เขา โอลิมปัส แทน โดยมีเหล่าเทพไททันให้ความสนับสนุน ทวยเทพทั้งปวงอยู่ร่วมกันอย่าง สงบสุข จนกระทั่งวันหนึ่งโครนัสได้รับแจ้งว่าพระนางรีอามเหสีของพระองค์ ได้ประสูติเทพโอรสองค์หนึ่งให้กับพระองค์ โครนัสก็นึกถึงคำสาปแช่งของ อูรานอสผู้เป็นบิดาขึ้นมาได้ จึงรีบไปหามเหสี แล้วจับเทพกุมารนั้นกลืน กินเสีย

ต่อมาไม่ว่าพระนางรีอาจะประสูติโอรสหรือธิดากี่องค์ โครนัสก็จับ กินหมด โดยไม่ยอมฟังคำวิงวอนใดๆ ของพระนางรีอาเลย เพราะเกรงว่า พวกลูกๆ จะโค่นอำนาจของตนตามคำสาปแช่ง ในที่สุดพระนางรีอาก็ตัดสินใจซ่อนโอรสองค์สุดท้องเอาไว้ ด้วยการ เอาก้อนหินห่อผ้า ส่งให้โครนัสกลืนกินแทน ส่วนโครนัสนั้นไม่ทันได้สังเกต ก็กินเอาก้อนหินห่อผ้านั้นลงท้องแล้วจากไป

เทพกุมารที่รอดพ้นจากการถูกกินนี้มีนามว่า ซีอุส หรือ ซุส (ชาว โรมันเรียกว่า จูปีเตอร์)พระนางรีอานำเอาเทพกุมารไปฝากไว้ในความดูแลของเหล่านาง อัปสรนีเรียด (Neroids) ธิดาของเทพนีรูส (Nereus) ซึ่งนีรูสเป็นเทพแห่งทะเล เอจีน บางครั้งเรียกว่า “ผู้เฒ่าแห่งท้องทะเล” มีพระราชาชื่อโดริส (Doris) (ทั้งนีรูสและโดริสต่างเป็นโอรสและธิดาของโอเชียนัสผู้ครองมหาสมุทร แต่ต่างมารดากัน) นีรูสและโดริสมีธิดาเป็นนางอัปสรแห่งทะเล 50 นาง และ พวกนางถูกเรียกว่า นีเรียด ทั้งสิ้น เหล่านีเรียดได้พาเทพกุมารซุสไปไว้ในถ้ำบนยอดเขาไอดา โดยให้ นางแอมัลเชีย (Amalthea) กับนางมีลิสสา (Melissa) สองธิดาของท้าวลิสซัส เจ้าเกาะครีต คอยเลี้ยงดูพระองค์ด้วยนมแพะ

และเพื่อป้องกันไม่ให้เสียงร้องไห้โยเยของเทพกุมารได้ยินไปถึง โครนัสพระบิดา ชาวเกาะครีต (เรียกว่าพวกคิวรีทีส) สาวกของเจ้าแม่รีอา ซึ่งรับหน้าที่เป็นอาจารย์ของเทพกุมาร จึงคิดท่วงท่าเต้นรำขึ้นแบบหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยเสียงร้องเซ็งแซ่ และเสียงประสานอาวุธอีกทึกกึกก้อง เพื่อ กลบเสียงร้องไห้ของเทพกุมารซุสวันเวลาผ่านไป เมื่อซุสเติบโตขึ้น แข็งแรง และฉลาดปราดเปรื่อง ก็ถึงเวลาที่ประวัติศาสตร์จะต้องซ้ำรอย ซุสเข้าเล่นงานโครนัสเพื่อยึดอำนาจ เทพบุตรกับเทพบิดาทั้งสอง ประจัญบานกันอย่างสุดฤทธิ์ จนในที่สุดโครนัสก็เป็นฝ่ายพลาดท่าพ่ายแพ้ และถูกจับตัวไว้

ซุสปรึกษากับพระมารดารีอา และเห็นพ้องกันว่าควรบังคับให้โครนัส คายเทพกุมารทั้งหมดออกมา โดยให้ดื่มน้ำสำรอกที่มีทิส (Metis) ธิดาของโอเชียนัสปรุงขึ้นหลังจากดื่มน้ำสำรอกเข้าไปโครนัสก็สำรอกลูกๆ ที่เคยกลืนกินเข้าไป ออกมา รวมทั้งหมด 5 องค์ คือ (ชื่อแรกเป็นภาษากรีก ชื่อหลังเป็นภาษา โรมัน)

1. โพไซดอน (Poseidon)                      หรือ เนปจูน (Neptune)

2. ฮาเดส (Hades)                                 หรือ พลูโต (Pluto)

3. เฮสเทีย (Hesria)                               หรือ เวสตา (Vesta)

4. ดีมิเทอร์ (Demeter)                          หรือ ซีรีส (Ceres)

5. เฮรา (Hera)                                        หรือ จูโน (Juno)

นอกจากนี้ยังสำรอกก้อนหินที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นซุสออกมาด้วย ก้อนหินนี้ต่อมาถูกนำไปเก็บรักษาไว้บูชาแทนองค์เทพซุส ที่วิหารเดลฟี ซึ่งเป็นวิหารของเทพอะพอลโลเทพทั้งห้าองค์ที่โครนัสสำรอกออกมานั้น 2 องค์แรกเป็นเทพบุตร และ 3 องค์หลังเป็นเทพธิดา ทั้งหมดยังมีชีวิตอยู่ และยังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ แล้วทั้งสิ้น

เมื่อยึดอำนาจจากบิดาได้สำเร็จ และช่วยพี่ๆ ออกมาแล้ว ซุสก็ตั้ง ตนขึ้นเป็นราชาแห่งทวยเทพ ครองบัลลังก์บนยอดเขาโอลิมปัส และเลือก เฮรา พระพี่นางองค์เล็กสุดและสวยที่สุดเป็นราชินีแม้มหาเทพซีอุส หรือ ซุส จะได้ครองราชบัลลังก์ เป็นราชาแห่ง ทวยเทพแล้ว แต่หนทางก็ใช่จะราบรื่นนัก เกิดศึกใหญ่ หมายจะโค่นล้ม พระองค์หลายครั้งหลายคราว ศึกแรกคือ ศึกเทพไททัน (เทพที่มีร่างใหญ่มหึมา พี่น้องของโคนัส ซึ่งเป็นเหล่าโอรสของพระนางธรณี ไกอา) ซึ่งพวกเทพไททันเหล่านี้ยังคงจงรักภักดีต่อโครนัสอยู่ (แต่ก็มีเทพไททันบางองค์ที่เปลี่ยนมาอยู่ฝ่ายซุสแล้ว เช่น เนโมซินี ธีมิส โอเชียนัส และไฮเพอเรียน)

เทพไททันได้ยกทัพโยธามาล้อมเขาโอลิมปัสไว้ จึงเกิดการต่อสู้ ขับเคี่ยวกันเป็นเวลาช้านานฝ่ายซุสเห็นข้าศึกมีจำนวนมากกว่า แถมแต่ละ องค์ล้วนทรงพลัง มีร่างกายใหญ่โตน่าเกรงขามยิ่งนัก พระองค์จึงหันไป คบค้ากับพวกยักษ์ไซคลอปส์ (ยักษ์ตาเดียว) ที่ถูกขังอยู่ในคุกทาร์ทารัส ใต้บาดาล โดยให้สัญญาว่าจะปลดปล่อยพวกยักษ์ไซคลอปส์ให้เป็นอิสระ ถ้าหากพวกยักษ์ช่วยสร้างอาวุธสายฟ้า หรืออสุนีบาตให้กับพระองค์

เมื่อได้รับข้อเสนอที่น่าสนใจดังนี้ พวกยักษ์ไซคลอปส์ก็ตกลงสร้าง อสุนีบาตให้กับซุสอย่างเต็มความสามารถอาวุธสายฟ้านี้เมื่อเสร็จสมบูรณ์ แล้วมีอานุภาพร้ายกาจยิ่ง มหาเทพได้ให้เป็นอาวุธคู่พระหัตถ์เอาไปรบ กับพวกไททันสมตั้งใจ

อานุภาพของสายฟ้านั้นร้ายแรงมาก แม้เหล่าเทพไททันจะพยายาม ร่วมแรงร่วมใจกันต่อต้านซุสอย่างไรก็ไม่สำเร็จ ไม่อาจสู้ได้ ในที่สุดจึงต้อง พากันยอมแพ้ ซึ่งเทพไททันบางองค์ที่พ่ายแพ้ ได้ถูกจับขังไว้ในคุกทาร์ทา รัสอีกคราว ส่วนเทพโครนัสนั้นหนีไปตั้งหลักปักฐานยังต่างแดน ที่แคว้น เฮสเพอเรีย (ประเทศอิตาลีในปัจจุบัน) และได้ครองความเป็นใหญ่อยู่ ณ ที่นั่น ชาวกรีกโบราณเชื่อกันว่า สถานที่ๆ เหล่าเทพทั้งสองฝ่ายสู้รบกัน อยู่ที่แคว้นเทสชาลี เพราะบริเวณนั้นมีภูมิประเทศขรุขระ ลุ่มๆ ดอนๆ น่า จะเกิดจากการสู้รบของเหล่าเทพ ฝ่ายยักษ์ไซคลอปส์ผู้สร้างอาวุธสายฟ้าให้มหาเทพซุส ต่างได้รับ การปลดปล่อยตามสัญญา ทว่าภายหลังพวกไซคลอปส์นี้แข็งข้อต่อซุสถูกมหาเทพใช้อาวุธสายฟ้าฟาดจนพ่ายแพ้ และถูกจองจำไว้ในคุกทาร์ทารัสตามเดิม

หลังเสร็จจากสงครามเทพไททันได้ไม่นาน มหาเทพซุสก็ได้เจอกับ ศึกใหม่ ครั้งนี้เป็นอสูรที่มีหัวเป็นมังกรถึง 100 หัว มีเปลวไฟพวยพุ่งจาก ดวงตา แผดเสียงกึกก้องกัมปนาทน่ากลัวออกจากปากและจมูกตลอดเวลา ซึ่งเจ้าอสูรนี้มีชื่อว่า ไทฟอน (Typhon) เป็นอสูรที่พระนางไกอาเนรมิตขึ้น เพื่อแก้แค้นแทนเหล่าเทพไททัน โอรสของพระนางที่ต้องพ่ายแพ้แก่ซุส

ความน่ากลัวของไทฟอนทำให้เหล่าทวยเทพบนโอลิมปัสพากันหนี เตลิดไปหลบอยู่ที่ประเทศอียิปต์ และด้วยความหวาดกลัว เหล่าเทพจึง ได้แปลงกายเป็นสัตว์ต่างๆ เพื่อปิดบังไม่ให้อสูรจำตนเองได้ เช่น ซุส แปลง เป็น แกะ, เฮรา แปลงเป็น โค แต่หลังจากหลบหนีอยู่ได้ไม่นาน ซุสก็ ละอายใจต่อการกระทำของตนเอง จึงกลับคืนสู่เขาโอลิมปัส เพื่อต่อสู้กับ อสูรร้ายไทฟอน และหลังจากการต่อสู้กันอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ซุสก็ สังหารอสูรร้ายลงได้ในที่สุด

ไม่นานต่อมาซุสก็ได้พบกับศึกใหญ่อีกครั้ง เนื่องจากพระนางไกอา เนรมิตรยักษ์ร้ายขึ้นมาอีกตนหนึ่ง ชื่อว่า เอนเซลาดัส (Enceladus) แล้วส่ง มาล้างแค้นแทนอสูรไทฟอน มหาเทพซุสก็ต้องต่อสู้อย่างสุดฝีมืออีกครั้ง จนในที่สุดก็จับเอนเซลาดัส ล่ามโซ่ขังไว้ใต้ภูเขาเอตนาได้สำเร็จ

เอนเซลาดัส ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ มันพยายามดินรนจะให้หลุดพ้นจาก พันธนาการออกมาให้ได้ พร้อมกับคำรามเสียงกึกก้อง สลับกับเสียงครวญครางพิลึกพิลั่น บางครั้งก็พ่นไฟขึ้นไปหมายจะทำร้ายมหาเทพซุส แต่เมื่อ วันเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เอนเซลาอัสชักอ่อนกำลังลง จึงเหลือเพียงการขยับตัวทำให้เกิดแผ่นดินไหวเป็นครั้งคราวเท่านั้น (นี่คือการอธิบายถึง ปรากฏการณ์แผ่นดินไหวและการระเบิดของภูเขาไฟเอตนาบนเกาะซิสิลี)

หลังจากปราบอสูรเอนเซลาดัสแล้วก็ไม่มีศึกสงครามใหญ่เกิดขึ้นอีก โลกและสวรรค์จึงได้กลับสู่ความสงบสุขอีกครั้ง มหาเทพซุสก็ได้ครอง บัลลังก์ราชาแห่งทวยเทพอย่างสงบและมันคงนอกจากนี้ เพื่อความมั่นคงยิ่งๆ ขึ้นไป มหาเทพซุสจึงได้จัดแบ่ง อำนาจและเขตการปกครองให้บรรดาพี่ๆ เหล่าเทพด้วยกัน ได้แก่

กำเนิดเทพ โอลิมปัส Origin of Olympus

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com