กำเนิดโลก

กำเนิดโลก

ทั้งนี้เรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับเทพเจ้าและการ กำเนิดโลก นั้นก็มีหลาย ตำรา หลายเล่ม และอาจแตกต่างกันไปบ้าง แต่ยังคงเป็นเรื่องราวที่สนุก สนานและชวนติดตามเสมอสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเทพนิยาย

กำเนิดโลก

กำเนิดโลก ชาวกรีกนับถือเทพเจ้ามากมายหลายองค์ มีทั้งเทพที่อยู่บนสวรรค์ เทพบนพื้นดิน และเทพใต้พื้นพิภพ ภายหลังเมื่อกรีกเสื่อมอำนาจลง ชาว โรมันเรืองอำนาจขึ้นมาแทน ชาวโรมันก็รับเอาความเชื่อของชาวกรีกไปด้วย เพียงแต่เทพเจ้าแต่ละองค์ถูกเปลี่ยนชื่อจากภาษากรีกเป็นภาษาโรมันหรือ ภาษาลาติน และบางชื่อก็กลายเป็นรากศัพท์ของภาษาอังกฤษที่ใช้อยู่ใน ปัจจุบันด้วย

ในกาลอดีตก่อนยุคทวยเทพอุบัตินับไม่ถ้วน สรรพสิ่งทั้งหลายต่าง รวมตัวกันอยู่เป็นกำพืดเดียวกัน เป็นความว่างเปล่า ปราศจากรูป เวิ้งว้าง มหึมา หาขอบเขตมิได้ มีแต่ความมืดมนอนธการ ไม่มีที่สิ้นสุด เรียกว่าเคออส (Chaos)เคออส ถือเป็นเทพองค์แรกสุด มีชายาชื่อนิกซ์ (Nyx) ซึ่งเป็นเทวีแห่ง ราตรีกาล ทั้งสองมีบุตรด้วยกันคือ เอร์บัส (Erebus) เป็นเทพแห่งความมืด

ต่อมาเอร์บัสขับไล่เคออสผู้เป็นบิดาไปเสียแล้วได้มารดาของตนเอง เป็นชายา และให้กำเนิดบุตรธิดาอีก 2 องค์ คือ อีเธอร์ (Aether) แสงสว่าง และ เฮเมอร่า (Hemera) กลางวันทั้งสองได้ขับไล่บิดามารดาของตนเองไป แล้วขึ้นครองอำนาจแทน จากนั้นแสงสว่างและกลางวันก็ได้แต่งงานกัน เมื่อความมืดและกลางคืนถูกขับไล่ไปเสียแล้วมีแสงสว่างและกลาง วันขึ้นมาแทนที่ ภาพห้วงหาวอันเวิ้งว้างไม่มีที่สิ้นสุดก็ปรากฏให้เห็นเป็น ครั้งแรก ภาพนี้มีแต่ความสับสนอลหม่านทั้งนั้น

อีเธอร์และเฮเมอร่าพิจารณาดูแล้วก็เห็นว่า น่าจะสร้างสรรพสิ่งที่ งดงามขึ้นได้มากมายจากความสับสนอลหม่านนี้ แต่ก็สำนึกว่างานนี้เป็น กำลังของทั้งสองที่จะทำตามลำพัง จึงเรียกอีรอส (Eros) หรือคิวปิด ซึ่งเป็น กามเทพ หรือเทพแห่งความรัก มาช่วยงาน (กำเนิด คิวปิดนั้น จะบอกเล่า ในบทต่อๆ ไป)

เทพเจ้าทั้งสามร่วมแรงร่วมใจกันเนรมิตโลก หรือพื้นพิภพ และทะเล (พอนทัส Pontus) ขึ้นมาก่อน ในตอนแรกพื้นพิภพยังไม่มีพืชหรือสัตว์ใดๆ เกิดขึ้น ทุกแห่งว่างเปล่า เงียบงัน คิวปิดจึงเอาลูกธนูประสิทธิ์ประสาทชีวิต ยิงเจาะลงไปบนพื้นดิน บันดาลให้เกิดต้นไม้ใบหญ้าเขียวขจี มีสัตว์ต่างๆ เกิดตามมา มีปลาแหวกว่ายในสายน้ำ ทำให้สรรพสิ่งดูมีชีวิตชีวา แต่ยัง ไม่มีมนุษย์เมื่อพิภพ หรือโลก ซึ่งเรียกว่า ไกอา (Gaia) ได้เกิดขึ้น สวรรค์ ซึ่ง เรียกว่าอูรานอส (Ouranos) หรือ ยูเรนัสก็อุบัติตามมา และในไม่ช้าทั้งสอง ก็ยึดอำนาจจากอีเธอร์ และเฮเมอร่าผู้ให้กำเนิดบ้าง จากนั้นพิภพกับสวรรค์ ก็ได้แต่งงานกัน

พอมาถึงยุคเจ้าแม่ไกอากับเจ้าพ่ออุรานอสครองอำนาจ เทพเจ้าก็ เปลี่ยนจากนามธรรม มาเป็นบุคลาธิษฐาน คือ เปลี่ยนจากธรรมชาติมา เป็นบุคคลซึ่งมีตัวตน ดังนั้นไกอาและอูรานอส จึงมีลักษณะเป็นเทพเจ้าที่ มีรูปร่างสูงใหญ่ และเถลิงอำนาจอยู่ ณ ยอดเขาโอลิมปัส

เมื่อมีตัวตนแล้วก็ต้องกินอาหาร ซึ่งอาหารนั้นคืออาหารทิพย์ของ เทพเจ้า มีชื่อเรียกว่า แอมโบรโตส (Ambrotos) แปลว่า อมฤต กินแล้วเป็น อมตะ ไม่ตาย และดื่มน้ำทิพย์ที่มีชื่อเรียกว่า เนคตาร์ (Nectar)

จากนั้นอูรานอสกับไกอา ก็มีบุตรออกมาอีก 12 องค์ ทุกองค์ล้วน มีขนาดตัวใหญ่โตมโหฬารราวกับยักษ์เป็นเทพบุตร 6 องค์คือ โอเชียนัส (Oceanus) ซีอัส (Coeus) ครีอัส (Creus) ไฮเพอเรียน (Hyperion) ไอแอพิทัส (lapetus) และโครนัส (Cronus)เป็นเทพธิดา 6 องค์คือ อิเลีย (lea) รีอา (Rhea) ธีมิส (Thermis) ธีทิส (Thetis) เนโมซีน (Nemosyne) และฟีบี (Phoebe)

เทพและเทวีร่างยักษ์ทั้ง 12 องค์ เรียกรวมกันเป็นคณะว่า ไททัน (Titan)อูรานอส เกิดรู้สึกกลัวความใหญ่โตและทรงพลังของลูกๆ จึงจับ ทั้งหมดไปขังไว้ในเหวลึกใต้บาดาลที่มืดสนิทซึ่งเรียกว่าทาร์ทารัส (Tartarus) เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกคนใดใช้พลังตั้งตัวเป็นศัตรูกับตนเองได้ เพราะกลัว ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยหลังจากขังลูกๆ ทั้ง 12 องค์เรียบร้อยแล้ว อูรานอสก็สบายใจว่าคง ไม่มีใครมาทำการยึดอำนาจตนเองแน่ แต่ก็สบายใจได้ไม่นานนัก เพราะ โอรสชุดต่อมาของอูรานอสและไกอา เป็นยักษ์ 50 หัว 100 แขน ดุร้ายมากมีด้วยกัน 3 ตนพี่น้อง ชื่อคอตทัส (Cottus) เบรียรูส (Briareus) และไกจีส เGvges) อูรานอสก็เลยจับลูกๆ ชุดนี้โยนลงไปขังไว้ในทาร์ทารัสอีก

ต่อมาไม่นานไกอาก็ทรงครรภ์อีก และคลอดโอรสออกมาเป็นยักษ์ ไซคลอปส์ (Cyclops) ซึ่งเป็นยักษ์ตาเดียว มีลูกนัยน์ตาไฟอยู่ตรงกลาง หน้าผาก มีด้วยกัน 3 ตนพี่น้อง คือ ฟ้าลั่นบรอนทีส (Brontes) ฟ้าแลบ สเทอโรฟีส (Steropes) และแสงสว่างวาบอาร์จีส (Arges) อูรานอสไม่รอช้า จับเอาลูกๆ ที่น่ากลัวโยนลงทาร์ทารัสเช่นเคยและการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เมื่อยักษ์ไซคลอปส์ทั้ง 3 ตนลงไปถึง คุกใต้บาดาล ก็ทำให้เกิดความสว่างไสวไปทั่ว ความสว่างขับไล่ความมืด มิดไป สิ่งที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็น ทำให้คณะเทพไททันเกิดความกล้าและคิด อยากเป็นไทขึ้นมา

กล่าวถึงฝ่ายพระนางไกอาซึ่งไม่พอใจมากที่อูรานอสทำกับลูกๆ ของ นางเช่นนั้น แต่ไม่ว่าจะห้ามปรามอย่างไรอูรานอสก็ไม่เชื่อฟัง จนในที่สุด นางก็ตัดสินใจลงไปใต้บาดาล และยุยงให้ลูกๆ ในคณะเทพไททันทำการ ยึดอำนาจอูรานอสเสีย ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากโอรสองค์เล็กคือโครนัส (แซตเทิร์น Saturn หรือดาวเสาร์)ลักษณะของเทพโครนัส หรือ แซตเทิร์น เป็นเทพเพศชายร่างกาย มหึมา มือหนึ่งถือเคียว มือหนึ่งถือนาฬิกาทราย ถูกนับถือว่าเป็นเทพแห่ง กาลเวลา ถือเคียวคอยเกี่ยวเอาชีวิตของผู้คนที่ถึงอายุขัย

พระนางไกอาจึงปล่อยให้โครนัสหลุดจากพันธนาการและมอบเคียว ให้เป็นอาวุธ แล้วส่งโอรสขึ้นจากทาร์ทารัส

โครนัสถืออาวุธเข้าโจมตีพระบิดาโดยที่อูรานอสยังไม่ทันรู้ตัว จึง สามารถเอาชนะอูรานอสได้อย่างง่ายดายและขณะที่อูรานอสล้มลงจมกอง เลือดของตนเองนั้นก็ปรากฏร่างของพวกยักษ์ธรรมดา (Giants) กับพวกภูตพยาบาทฟิวริส หรือ อีรินิส (Erinyes) กระโดดออกมาจากกองเลือด พร้อม กันนั้นอูรานอสก็ได้สาปแช่งโครนัสว่า ให้ลูกๆ ของโครนัสแย่งชิงอำนาจจาก เขาเช่นเดียวกันหลังจากยึดอำนาจจากพระบิดา โครนัสก็ปลดปล่อยบรรดาพี่ๆ น้องๆ ทั้งหมดให้เป็นอิสระ ทุกองค์ต่างก็ปีติยินดี และด้วยความรู้คุณจึง ร่วมใจกันยกให้โครนัสเป็นใหญ่

โครนัสขึ้นครองบัลลังก์เทพ ณ เขาโอลิมปัส และเลือกพระน้อง นางรอาเป็นมเหสี จากนั้นก็ได้แบ่งสันปันส่วนต่างๆ ของพิภพให้บรรดาพี่ๆ น้องๆ ร่วมกันปกครองอย่างทั่วถึง เช่น โอเชียนัส กับ ธีทิส ปกครองมหาสมุทรและแม่น้ำทั้งปวง ไฮเพอเรียน กับ ฟีบี ปกครองวิถีโคจรของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ เนโมซิน เป็น เทวีครองความจำ ธีมิส เป็น เทวีครองความยุติธรรม ดังนี้เป็นต้นแล้วโครนัสกับคณะเทพไททันก็ปกครองพิภพกับสวรรค์อย่างมี ความสุขสืบต่อมา

กำเนิดโลก World origin

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com