อาร์เทมิส เทวีแห่งดวงจันทร์

อาร์เทมิส เทวีแห่งดวงจันทร์

ในคณะเทพโอลิมเปียนมีเทวีพรหมจารีอยู่3องค์ทรงนามตามลำดับ ว่า เฮสเทีย (Hestia) เอเธน่า (Athene) และอาร์เทมิส (Artemis) ซึ่งเป็นเทวี ครองการล่าสัตว์ ทรงนามว่า ไดอานา (Diana) หรือ อาร์เทมิส เทวีองค์นี้ เป็นที่เคารพบูชาของพวกพรานโดยเฉพาะ และเป็นเจ้าของสัตว์ป่าทั้งปวง แต่สัตว์ที่เทวีโปรดปรานมากเป็นพิเศษ ได้แก่ กวาง

In the group of Olympian gods, there are 3 virgins, named after Hestia, Athene and Artemis, who are the Diana hunters. (Diana), or this goddess, is worshiped by the hunters in particular. And owns all wild animals But the animals that Devi favor

โดยที่แสงเดือนเพ็ญ เป็นประโยชน์เกื้อกูลแก่การเดินป่า และล่า สัตว์ในเวลากลางคืน คนทั้งปวงจึงนับถือเทวีในฐานะ เทวีครองแสงจันทร์ ด้วย และในที่สุดก็ยกย่องเทวี เป็นเทวีแห่งดวงจันทร์ ในชื่อว่า ฟีบี (Phoebel บ้าง เซลีนี่ (Selene) บ้าง ซึ่งเป็นชื่อเรียกเทวีประจำดวงจันทร์ หรือจันทร์ เทวี มาแต่ดั้งเดิม ต่อมาในระยะหลังๆ ยังมีการเอาเทวีเหกกะตี (Hecate) ซึ่งครองความมืดในข้างแรม และไสยศาสตร์มารวมกับเทวีอาร์เทมิส หมาย ให้เป็นเทวีองค์เดียวกันอีกด้วย

By which the moonlight Is a benefit for hiking and hunting at night All people therefore respect Devi as Devi occupies the moonlight, and eventually praises the Devi. Is the goddess of the moon called Phoebel, Selene, which is the name of the Moon or Devi.

อาร์เทมิสเป็นเทพธิดาคู่แฝดผู้พี่ของอะพอลโลสุริยเทพของกรีก เกิดแต่ซุส กับนางแลโตนา หรือ ลีโต (Latona, Leto) (แต่บางตำนานกล่าวว่า เป็นธิดาของเทพไดโอนิซัสกับไอซิส แต่ผู้คนมักรู้จักเทวีอาร์เทมิส ใน ธิดาของซุสมากกว่า รวมทั้งท่านโฮเมอร์นักกวีชาวกรีกกล่าวไว้เช่นนี้ด้วย)

เมื่อตอนเกิดคลอดยากนักหนาถึงแก่นางแลโตนาเกือบเอาชีวิตไม่รอด เทวี รู้สึกถึงความเจ็บปวดทนทุกข์เวทนาอย่างใหญ่หลวงของมารดา เลยพลอยรังเกียจการวิวาห์ ถึงกับขอประทานอนุญาตจากเทพบิดาในอันที่จะขอ ไม่มีคู่ครอง แม้เหล่าเทพบนเขาโอลิมปัสแสดงความปรารถนา ใคร่จะได้ วิวาห์เทวีก็ไม่ไยดี คงยืนกรานที่จะดำรงชีวิตโสดอย่างเดียว และวิงวอน เทพบิดา ด้วยเหตุผลเช่นนี้ ซุสจำต้องประทานอนุญาตให้เทวีขอ ประทานนางอัปสรโอเชียนิค 60 กับอัปสรอื่นอีก 20 ซึ่งล้วนแต่ไม่ยินดี ในการวิวาห์ เป็นบริวารติดสอยห้อยตาม เสด็จประพาสไปตามราวป่า เพลิดเพลินเป็นนิตย์นิรันดร

ทุกเวลาเย็นอาทิตย์อัสดง พอตะวันตกลับโลกไปแล้ว เทวีอาร์เทมิส ก็ทรงจันทรยานเทียมม้าขาวปลอด ดั่งสีนม พเนจรไปในห้วงเวหา ผ่านดวง ดารา ซึ่งต่างก็ทอแสงจ้าระยิบระยับรับตลอดทาง

อาร์เทมิส เป็นเทวีที่มีอุปนิสัยโหดเหี้ยมและดุร้าย น่าแปลกที่ชาว กรีกกลับให้ความเคารพนับถือเทวีเป็นอันมาก ตำนานหลายฉบับกล่าวไว้ ตรงกันว่านางมักลงโทษผู้ที่ทำให้ขุ่นเคืองอย่างรุนแรงมีผู้เคราะห์ร้ายหลายรายถูกเทวีลงโทษอย่างน่าสยดสยอง ดังเรื่องราว 2-3 เรื่องต่อไปนี้

วันหนึ่งเมื่อเทวีอาร์เทมิสทรงจันทรยาน ดำเนินไปตลอดราตรีกาลแล้ว จึงถือศรคู่หัตถ์ลงจากรถออกล่าสัตว์ป่า มีนางอัปสรบริวารติดสอยห้อยตามดุจเคย เวลาบ่ายหนึ่งในฤดูร้อนภายหลังที่เที่ยวตามสัตว์ ด้วยความตื่นเต้นเป็นเวลานานผิดกว่าเคย เทวีกับบริวารก็พากันมาถึงหนองน้ำนิ่งแห่งหนึ่งแห่งลำเนาเขา น้ำใสเย็น แพรวพราย ชวนให้ลงสรงสนาน เทวีและบริวารทั้งปวง จึงพากันเปลื้องเครื่องทรงชุดล่าสัตว์ ลงเล่นน้ำเป็นที่สำราญยิ่งนัก แต่วันนั้นเทวีและบริวารใช่จะเป็นพรานคณะเดียวที่ออก ล่าสัตว์ก็หาไม่ ยังมีนายพรานชื่อ แอคเตียน (Actaeon)

ออกเที่ยวล่าสัตว์หาเนื้ออีกคนหนึ่งด้วย พอเวลาบ่ายตะวันชาย แอคเตียนเหน็ดเหนื่อย โรยกำลังและกระหายน้ำ จึงมุ่งหน้ามายังหนองน้ำแห่งนี้เหมือนกัน ใน ขณะที่เข้าไปใกล้หนองน้ำนั้น แอคเตียนแว่วเสียงสำรวลสรวลดังมาจาก หนองน้ำแต่ไกล จึงย่องเข้าไปอย่างระมัดระวัง เมื่อถึงระยะพอมองเห็น เขาก็ค่อยบรรจง แหวกกิ่งไม้ใบหนา แง้มมองดู เห็นเทวีอาร์เทมิส กับบริวาร สรงน้ำอยู่ เป็นภาพที่ไม่เคยมีมนุษย์คนใด มีโอกาสได้พบเห็นสักครั้งหนึ่งเลย

ในขณะนั้นเองเทวีซึ่งสันทัดจัดเจนกับความเป็นไปในราวป่า ได้สดับ เสียงใบไม้ไหว เหลียวขวับมาเพื่อจะดูให้แน่ใจว่าเสียงนั้นเกิดจากเหตุใด ก็ประสบสายตาจ้องมองอย่างตะลึงพรึงเพริด ของนายพรานหนุ่มผู้พิศวง เทวีโกรธนักที่เจ้าหนุ่มบังอาจละลาบละล้วง จึงกอบน้ำด้วยอุ้งหัตถ์ซัดสาด ตรงไปยังใบหน้าของเจ้าหนุ่มทันที พอหยดน้ำกระทบหน้าเจ้าหนุ่ม เขาก็ รู้สึกตัวว่าร่างของเขากลายเปลี่ยนเป็นกวางไปเสียแล้ว พร้อมกับมีเขา งอกขึ้นแผ่กิ่งก้านสาขางามสะพรั่งให้รู้สึกเสียใจนัก

ในขณะที่เขายืนนิ่งงันในรูปกวางอยู่ ณ ที่นั้นเอง ก็แว่วเสียงสุนัข ล่าเนื้อของเขาเอง เห่าอยู่ในที่ไกลเที่ยวตามหานาย แอคเตียนสะดุ้งตกใจ จึงขยับออก จะวิ่งหนีเข้าป่า แต่อนิจจา ช้าไปเสียแล้ว ฝูงสุนัขเห็นเขาเข้าแล้ว มันพากันวิ่งกรูตามกระชั้นเข้าไปเป็นพรวน กวางแอคเตียนเจ้ากรรม พยายามโกยหนีสุดกำลัง แต่ไม่พ้น พอล้มฮวบลงกับพื้นเพราะอิดโรย สุนัข ทั้งฝูงก็กระโจนเข้ารุมจับคอหอย ถึงแก่ความตายอยู่กับที่ตรงนั้นนั่นเอง

อีกรายหนึ่งทำผิดเพียงเล็กน้อย ก็ถูกเทวีอาร์เทมิสลงทัณฑ์อย่างไม่ เป็นธรรม เรื่องมีอยู่ว่า มาณพหนุ่มผู้หนึ่งชื่อว่า อัดมีทัส (Admetus) ซึ่งมัว ปลื้มใจที่ได้แต่งงานกับสาวงาม จึงหลงลืมที่จะถวายเครื่องสักการบูชา เทวีก็โกรธกริ้ว บันดาลให้ห้องหอของอัดมีทัสมีแต่งูพิษเต็มไปหมด

นอกจากนี้ยังมีเรื่องราวอีกเรื่องที่คล้ายๆ กันนั่นคือ กษัตริย์แห่ง เมืองคาลีดอน นามว่า เอนีอัส (OeNeus) เกิดลืมถวายพืชผลที่เก็บเกี่ยว จากไร่นาของพระองค์เป็นครั้งแรก แด่เทวีอาร์เทมิสตามธรรมเนียม เทวีก็ บันดาลให้โคป่าเข้าบุกดินแดนของกษัตริย์เอนีอัส มิหนำซ้ำเมื่อครอบครัว ของเอนีอัสออกไปปราบวัว ก็ถูกวัวสังหารตายเสียทั้งครอบครัวเป็นที่น่าเวทนายิ่ง

แต่ชะรอยบาปคงจะตามสนองเทวีอาร์เทมิสเข้าให้บ้างเหมือนกัน ทำให้เทวีได้รับความเจ็บปวดร้าวทุกข์ทรมาน เนื่องจากสูญเสียคนอันเป็นที่รักไปด้วยน้ำมือของตนเอง

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

ล้มล้างซุส

ล้มล้างซุส

เป็นราชาของบรรดาเทพเจ้าทั้งหลายและ เหล่ามนุษย์บนโลก ซุสมีอาวุธเป็น Thunderbolt (อสนีบาต) เทพซุสมีพี่น้องซึ่งเป็นเทพปกครอง โลกร่วมกัน 5 องค์ ได้แก่ เทพโพไซดอน เทพีดีมิเทอร์ เทพีเฮรา เทพฮาเดส และเทพีเฮสเทีย นามของซีอุสแปลว่าความสว่างของท้องฟ้า  นามของพระองค์ในตำนานเทพปกรณัมโรมันคือ เทพจูปิเตอร์ (Jupiter) และนามในตำนานอีทรูสแคนคือเทพไทเนีย (Tinia) พระองค์เป็นพระโอรสองค์สุดท้องของ โครนัส (Cronus) และ รีอา(Rhea) ซึ่งเป็น เทพไททัน ในหลายๆ ตำนานกล่าวว่าพระองค์ได้สมรสกับ เทพีเฮร่า (Hera) 

Is the king of all gods and Human beings on earth Zeus is armed with a Thunderbolt (a thunder)
The name of Zeus means the brightness of the sky. His name in the legendary Roman mythology is the Jupiter and the legendary Etruscan goddess, Tinia.
He is the youngest son of Cronus and Rhea, who is a Titan god. In many myths he says that he married the goddess Hera.

อะพอลโลก็ยังเคยต้องอาญาจากซุส เช่นกันเมื่อร่วมมือกับโปเซดอน และเฮรา คิดจะ ล้มล้างซุส แต่พ่ายแพ้ จึงถูกสั่งให้ลงไปช่วยสร้างกำแพง เมืองทรอย กับโปเซดอนเป็นเวลาสามปี เมื่อเกิดสงครามทรอย อะพอลโล ก็อยู่ฝ่ายทรอย

Apollo also had to be criminal from Zeus. As well, when collaborating with Poseidon and Hera to overthrow Zeus, but was defeated, he was ordered to help build Troy and Poseidon walls for three years When the war broke out, Troy Apollo was on Troy’s side.

เครื่องดนตรีที่เป็นสัญลักษณ์ของอะพอลโลก็คือพิณกระดองเต่าซึ่ง เฮอร์เมสได้ประดิษฐ์ และมอบให้เป็นของขวัญ ขอโทษขอโพยที่ขโมยวัวอะพอลโลไป

The Apollo’s symbolic instrument is the tortoise harp. Hermes invented And give it as a gift Apologize for the thief who stole the Apollo cow

อะพอลโลเป็นเทพที่มีหน้าที่มากมาย และมีชื่อเรียกต่างกันออกไป ทั้งโดยลักษณะและหน้าที่

Apollo is a god with many functions. And have different names Both by nature and function

เทพเจ้าแห่งหมาป่า                  คือ ไลคัส

เทพเจ้าผู้รักษาและการแพทย์   คือ เพแอน

เทพเจ้าผู้คุ้มครองมิวซ์             คือ มูซาเกเตส

เทพเจ้าแห่งหนู                        คือ สมินเธียรุส

เทพเจ้าผู้ส่องแสง                    คือ โฟเอบัส

ปัจจุบัน อะพอลโลเป็นชื่อที่ถูกอ้างอิงบ่อย ๆ ในทางที่เกี่ยวกับแสง ครางหรือความสำเร็จ เช่น เป็นชื่อปฏิบัติการทางอวกาศของนาซาที่เรียก ว่า โครงการอะพอลโล หรือเป็นชื่อยี่ห้อน้ำมันเครื่อง  โดยทั่วไปรูปปั้นอะพอลโล จะถือเครื่องดนตรีคล้ายพิณ และมี ลูกบอลทองคำ ที่เป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์

At present, Apollo is a name that is often referenced in light-related ways. Moaning or success, for example, is the name of a NASA space operation called the Apollo Project. Or is the name of the engine oil brand In general, the Apollo statue Will hold a harp-like instrument and have a golden ball that

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

ความรัก นางซีบิล

ความรัก นางซีบิล

เมื่อครั้งที่หลงรักนางซีบิลก็ยังยืนกรานจะให้พรนางหนึ่ง ข้อแม้ว่า จะถูกปฏิเสธ ความรัก ก็ตาม ซีบิล ก็ขอให้นางมีอายุยืนเท่ากับจํานวนเมล็ด ทรายที่นางกอบขึ้นมา แต่ว่านางลืมขอความสาวให้คงกระพันไปด้วย นาง แก่หง่อม และตัวเล็กลงเรื่อย ๆ ตามวันเวลาที่ล่วงเลย มันให้ความทุกข์ทรมานกับเธอมากกว่าความสุข จะตายก็ตายไม่ได้เพราะพรศักดิ์สิทธิ์ นางจึงเบี่ยงเบนความสนใจไปทางการทำนายทายทัก ซึ่งการทำนายของนางแม่นยำ ไม่มีทางผิดสักนิด

When she fell in love with her, Sybil insisted on giving one of her blessings, even though she was rejected. The sand that she raised But she forgot to ask the girl to be invulnerable with her old and young, and gradually by the time of the lapse. It gives her more suffering than happiness. Will not die because of the holy blessing She therefore distracted the predictions. Which her prediction is accurate There is no wrong way.

ที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องที่วิ่งไล่นางไม้ดาฟเน่ธิดาของพี่เนอุสเทพพระเจ้าแห่งสายน้ำ เรื่องมีอยู่ว่า อะพอลโล ลงจากเขาโอลิมปุส ไปเดินเล่นในป่า ก็ไปพบนางไม้คนสวยที่ชื่อดาฟเน่เข้าอะพอลโลหลงรักนางทันที และพยายามจะเข้าไปพูดคุยด้วย แต่ดาฟเน่ก็รู้ชื่อเสียง ด้านความมากรักของ อะพอลโลดี จึงไม่ตกลงปลงใจกับเขา และยังพยายามจะรีบไปให้ไกลจาก เทพหนุ่มเสียนี่ อะพอลโลก็เริ่มจะหมดความอดทนเกี้ยวพาราสีเสียแล้ว

At the end, it would be inevitable that the chasing of the wood of Daphne, the daughter of Neus the deity of the river The story is that Apollo went down from Mount Olympus. Go for a walk in the forest Went to meet the beautiful nymph of Daphne into Apollo and immediately fell in love with her And trying to talk But Daphne knew the reputation In the sense of love of Apollo, he did not agree with him. And still trying to hurry away from Young god Apollo began to lose patience and flirtation.

เทพหนุ่มจะก็ใช้กำลังบังคับนางซะ แต่ดาฟเน่ที่ระวังตัวอยู่แล้วก็รีบวิ่งหนี อะพอลโลวิ่งไล่ตามดาฟเน่สุดฝีเท้า จนจะตามทันอยู่แล้ว แต่ดาฟเน่ได้ร้อง ขอให้บิดาของนางช่วยนางให้พ้นจากมือของอะพอลโลไปตลอดทางพี่เนอุส จึงร่ายเวทย์ ไปยังร่างของบุตรสาว เท้าของนางแข็งทื่อดังถูกตรึงไว้กับพื้น เสื้อผ้าอาภรณ์ได้กลายเป็นเปลือกไม้ ห่อหุ้มร่างอันสั้นเทาของนางพราย ใบไม้สีเขียวขจีก็แตกแขนง ออกจากร่างกายที่กลายเป็นต้นชัยพฤกษ์ไป อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากสำหรับอะพอลโล จนถึงขนาดที่ เอากิ่งชัยพฤกษ์มาทำเป็นมงกุฎสวมศีรษะตลอดเวลา

The young god will use force to force her. But Daphne, who was careful and ran away Apollo chases after Daphne’s greatest pace. Until it is overtaken But Daphne sang Ask her father to help her from the hands of Apollo.

ความรักในเพศเดียวกัน

ยังมีความรักแบบที่เข้าใจยากอีกรักหนึ่ง ซึ่งก็ไม่รู้ว่ารักแบบเพื่อน หรือแบบคนรักกัน กับไฮยาซินทุสหนุ่มหน้ามน ซึ่งเซฟิรุสริษยาขณะที่ทั้ง สองเล่นขว้างจักรกัน เซฟิรุส จึงเปลี่ยนทิศทางลมให้พัดจักรของอะพอลโล ไปโดนศีรษะของไฮยาซินทุสตาย เลือดของเขาได้กลายเป็นต้นไฮยาซิน

There is a love that is difficult to understand. Which know that love is a friend

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

เรื่องของ เฟอิทอน

เรื่องของ เฟอิทอน

นอกจากเอสคิวเลปิอัสแล้ว อะพอลโลยังมีบุตรอีกคนหนึ่ง แต่เกิด กับนางอัปสร ไคลมินี (Clynmene) ชื่อเฟอิทอน (Phaeton) วันหนึ่งเฟอิทอน ถูกเพื่อนเรียนหนังสือด้วยกันหัวเราะเยาะในการที่อ้างตนเป็นบุตรสุริยเทพ เฟอิทอน ทั้งเรื่องทั้งอับอาย กลับมารบเร้าให้มารดาพาไปหาบิดา เพื่อให้ ได้หลักฐานพิสูจน์ว่าตนเป็นบุตรเทพอะพอลโลจริงนางไคลมินีจึงบอกทาง ให้บุตรเดินทางไปทางทิศตะวันออกจนกว่าจะถึงวังที่ประทับของอะพอลโล ณ ที่นั้นจะได้พบกับบิดา

In addition to Sqlepius Apollo still has another child, but was born to Apsorn Klimini (Clynmene), the name of Phyeton, one day Fethon. Being friends, studying together, laughing at the claim that he was the son of the Eternal God. Returned to persuade his mother to take him to his father in order to obtain evidence to prove that he was the true Apollo son. Let the children travel to the east until they reach the Apollo palace, where they will meet with their father.

เฟอิทอน รีบเดินทางโดยไม่หยุดพัก จนล่วงเข้าเขตวังของบิดา แม้ภูมิทำเลบริเวณวังจะงดงามตระการเพียงใด และตำหนักที่ประทับของ อะพอลโลก็เรื่องวิจิตรน่าพรึงเพริดสักปานใด เฟอิทอนก็ไม่ใส่ใจมุ่งมั่นเดิน หน้าต่อไป ฝ่ายอะพอลโลเห็นกุมารเข้ามาใกล้ ก็จำได้ว่าเป็นบุตร และเมื่อ เฟอิทอนขึ้นถึงบัลลังก์ที่อะพอลโลประทับอยู่ก็ปฏิสันถารกับเฟอิทอนอย่างบิดากับบุตร สั่งถามถึงธุระในการที่มาเฝ้า เฟอิทอนจึงทูลแถลงถึงเรื่อง ราวและความที่พึงประสงค์

Fethon hurried to travel without a break. Until entering his father’s palace Although the landscape of the palace area is beautiful And the residence hall of Apollo is a beautiful story that is terrifying.

พอจบเทพอะพอลโล ก็ออกอุทานวาจาว่า อนุญาตให้เฟอิทอน ได้ ข้อพิสูจน์ตามแต่จะพึงประสงค์ พร้อมทั้งสาบานยืนยันมั่นคง โดยอ้างแม่สติกส์เป็นทิพย์พยานอีกด้วย (การสาบานโดยการอ้างชื่อแม่น้ำสติกส์ นี้ เป็นการสาบานอันเคร่งครัดที่สุด ซึ่งลงว่าเทพองค์ใดลั่นสาบานแล้ว เทพองค์นั้นจะล่วงละเมิดไม่ได้เป็นอันขาด ถ้าเทพผู้ล่วงละเมิด ไม่ปฏิบัติ ตามสาบานจะต้องเสวยน้ำในแม่น้ำนี้ซึ่งจะทำให้ปัญญาเสื่อมเศร้าหมอง เป็นเวลา 1 ปี และจะต้องถูกขับออกจากเขาโอลิมปัส และงดเสวยน้ำอมฤตอีก 9 ปี)

เฟอิทอน ฟังคำสาบานดังนั้น จึงขออนุญาตขับรถพระอาทิตย์แทน บิดาในวันนั้น เพื่อว่าโลกทั้งมวลจะได้ตระหนักชัดว่า เธอเป็นบุตรสุริยเทพ สมจริงตามที่กล่าวอ้าง แต่ทว่ารถพระอาทิตย์นั้น ไม่ใช่ของสำหรับใครจะขับได้ด้วยว่าผู้ที่สามารถควบคุมม้าเทียมทั้ง 4 ที่แสนจะพยศนั้น จะมีก็แต่ เทพอะพอลโลองค์เดียว เมื่อเฟอิทอนขออนุญาตขับรถแทนอะพอลโล ก็ถึง แก่สะดุ้งประหวั่นเกรงจะเกิดเหตุยุ่งยาก และเดือดร้อนไปทั่วโลกพิภพ และ กรวาล จึงบ่ายเบี่ยง บอกเฟอิทอนให้ขอพรอย่างอื่น

ฝ่ายเฟอิทอน มีจิตกำเริบดื้อดึงขึ้นมาเสียแล้ว คงยืนกรานที่จะขอขับพระอาทิตย์แทนบิดาให้จงได้ ในที่สุดสุริยเทพซึ่งลั่นสาบาน อันไม่พึงล่วงละเมิดออกไปเสียแล้วสุดที่จะบ่ายเบี่ยงต่อไปได้อีก ก็จำต้องยอมอนุญาต ให้เฟอิทอน ขับรถพระอาทิตย์แทนได้ดังประสงค์

เมื่อถึงเวลากำหนดออกรถ ม้าเทียมรถก็เตรียมเผ่นโผนโจนทะยานออก นางประจำยามเข้าเคียงข้างรถอยู่พร้อมสรรพ ฝ่ายอุษาเทวีก็คอย ผลงจากสุริยเทพ เตรียมไขทวาร เบิกม่านฟ้าอยู่ที่เดียว

ฝ่ายเทพอะพอลโลจัดแจงชโลมเฟอิทอนด้วยของเย็นกันถูกแสง อาทิตย์แผดเผา พลางสั่งเฟอิทอนให้ขับรถรักษาเส้นทางโคจรเดิมไว้ให้ดี อย่าให้รถออกนอกเส้นทางเป็นอันขาด อะพอลโลสั่งย้ำซ้ำให้บุตรกวดขัน ระมัดระวังม้าเทียมโดยเคร่งครัดอย่างที่สุด และให้ใช้แส้แต่โดยออมชอม เท่านั้นด้วยว่ามันเป็นม้าที่พยศมาก

หนุ่มน้อยฟังบิดาสั่งเสียอย่างระอิดระอา แล้วก็โดดขึ้นนั่งรถทองคำ รวบสายบังเหียน ให้สัญญาณอุษาเทวีเปิดทวาร และขับรถออกจากวัง สุริยเทพด้วยความกระหยิ่มลำพองใจ ในชั่วโมงแรกๆ เฟอิทอนสังวรใน คำสั่งเสียของบิดา แต่แล้วความกำเริบเสิบสานเข้าครอบงำ ทำให้ลืมคำ สั่งของบิดาเสีย เฟอิทอนขับรถเร็วขึ้นทุกที่จนรถออกนอกทางโคจรไป ดวง จันทร์และดาราน้อยใหญ่พากันตื่นตระหนกที่ได้เห็นรถสุริยาแล่นเตลิดไป กลางหาว แต่ก็ไม่มีปัญญาจะทำประการใดได้ และเฟอิทอนก็ขับรถใกล้ โลกเข้ามาทุกที จนเป็นเหตุให้พืชพันธุ์ทั้งปวงเหี่ยวแห้งตายหมด น้ำใน แม่น้ำลำธารก็เดือดแห้ง แผ่นดินไหม้เกรียมจนเกิดควันโขมง ผู้คนของ แผ่นดินนั้นถูกแสงอาทิตย์แผดเผาจนตัวดำไปหมดสิ้นเป็นสีกายที่ถ่ายทอด สืบต่อกันมาแต่ครั้งนั้นจนถึงทุกวันนี้ และแผ่นดินที่ถูกรถสุริยาเข้าใกล้ใน ครั้งนั้นก็คือ แอฟริกานั่นเอง

เฟอิทอนตื่นตกใจในเหตุอันตนทำให้เป็นไป จึงลงแส้ม้าชักรถให้ ถอยห่างจากโลก ม้าก็เผ่นโผนโจนทะยานเหออกห่างโลกเสียลิบลับ ทำให้ พืชพันธุ์ธัญญาหารที่เหลือรอดจากความร้อนอยู่บ้าง กลับเหี่ยวเฉาตาย ลงอีก เพราะความหนาวจัดฉับพลัน ทั้งแผ่นดินแผ่นน้ำตอนนั้นก็มีน้ำแข็ง ปกคลุมทั่วไปหมด เสียงผู้คนร้องระงมดังขึ้นทุกที จนในที่สุดก็ปลุกซุส เทพบดีให้ตื่นจากบรรทม เล็งทิพยเนตรสืบสวนหาสาเหตุ

ครั้นได้ความว่า เหตุเกิดจากเฟอิทอนบังอาจขับรถสุริยาเช่นนั้นซุสก็พิโรธนัก คว้าอสนีบาตฟาดไปที่เฟอิทอน บันดาลให้เฟอิทอนสิ้นชีวิตตก จากรถสุริยาลงสู่แม่น้ำริดานัสในพริบตา

เฟอิทอนมีพี่สาวร่วมอุทร 3 คน เมื่อเฟอิทอนถึงแก่ความตาย นางทั้ง 3 ก็ไปร่ำไห้ ที่ริมฝั่งแม่น้ำ จนเทพทั้งปวงสงสาร เลยแปลงนางเป็นต้น อำพัน หลั่งน้ำตาเป็นอำพัน ตั้งแต่บัดนั้น

ฝ่ายเพื่อนเล่นคู่หูคนหนึ่งของเฟอิทอนชื่อ ซิกนัส (Cygnus) ก็ลงงม หาศพดำผุดดำว่ายในแม่น้ำจนกลายเป็นต้นตระกูลหงส์ เล่นน้ำสืบเชื้อ สายพงศ์พันธุ์มาจนตราบเท่าทุกวัน

ถูกปฏิเสธอย่าคิดว่าอะพอลโลหนุ่มรูปงาม ที่พรั่งพร้อมทุกสิ่ง จะสมหวังใน เรื่องรักๆ ใคร่ๆ ไปซะทุกครั้ง โดยอะพอลโลถูกเฮสเทีย เทพีแห่งเตาไฟ ปฏิเสธการแต่งงาน มิหนำซ้ำยังประกาศตัวเป็นเทพผู้ครองพรหมจรรย์

เรื่องของ เฟอิทอน

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

อะพอลโล ถูกเนรเทศ

อะพอลโล ถูกเนรเทศ

เมื่อยังเยาว์อะพอลโลเที่ยวไปตามแว่นแคว้นต่าง ๆ ทางทิศเหนือของ ประเทศกรีซ มีดินแดนของชนชาติไฮเพอร์โบเรียน และแคว้นเธสสะลี เป็นต้น อะพอลโลเที่ยวผูกสมัครรักใคร่หญิงทั่วไปตามวิสัยหนุ่มวัยรุ่น ใน แคว้นเธสสะลี มีหญิงงาม ชื่อว่า โครอนนิส (Coronis) เป็นธิดาเจ้าแห่งแคว้น นั้น อะพอลโลผูกสมัครรักใคร่ได้เสียกับนางจนเกิดบุตรด้วยกันคนหนึ่ง แต่ นางกลับปรากฏว่าเป็นหญิงหลายใจ

When young, Apollo travels to different regions of the north of Greece, with the land of the Hyperbolic peoples. And the region of Thessaly, etc. Apollo travels to love women in general, according to the vision of a young teenager in Thessaly. There is a beautiful woman named Coronis, a daughter of that region. Apply to love her until she was born with one child, but she appears to be a woman of many minds.

ในระหว่างที่นางตั้งครรภ์ อะพอลโลได้ให้นกดุเหว่าขนขาวปลอดตัว หนึ่งเฝ้านางไว้ เมื่อนางคบชู้ นกก็ไปบอกข่าวแก่นาย อะพอลโลบันดาล

โทสะพลอยสาปนกซึ่งบอกข่าวอัปมงคลให้กลับมีขนสีดำไป ดังนั้น นกดุ เหว่าจึงมีขนสีดำตั้งแต่นั้นมา ส่วนนางโครอนนิสถูกฆ่า ว่ากันว่าด้วยน้ำมือ ของเทพอะพอลโลเองบ้าง ด้วยคมศรของเทวีอาร์เทมิสบ้าง

แต่บุตรในครรภ์ซึ่งจวนจะครบกำหนดคลอดนั้นรอดตาย ด้วย อะพอลโล (บ้างก็ว่าเฮอร์มีส) เอาออกจากครรภ์ ตอนเผาศพนางโครอนนิส แล้วมอบให้แก่ ไครอน (Chiron) ผู้มีชาติเป็นอมนุษย์เซนทอร์ (Centaur) เป็นผู้เลี้ยงดู ประสิทธิ์ประสาทวิชาให้ ไครอนเป็นอาจารย์ผู้ปราดเปรื่อง เชี่ยว ชาญในวิชาการต่าง ๆ มีวิชาดนตรี เภสัชกรรมวิทยา และวิชาธนูศิลป์ เป็นต้น เป็นที่นับถือของชาวกรีกโบราณว่า เป็นผู้สอนมนุษย์ให้รู้จักใช้พืชสมุน หมาทำยา และเป็นอาจารย์ของวีรบุรุษคนสำคัญๆ ในเทพปกรณัมมากมาย เช่น อคิลีส, เฮอร์คิวลีส, เยสัน, พีลูส, อีเนียส และ คนอื่น ๆ อีก

ในตอนปลายอายุถูกเฮอร์คิวลีสยิงด้วยธนูอาบยาพิษ โดยความ สำคัญผิดของเฮอร์คิวลีส ในระหว่างที่ตามล้างเซนทอร์พวกหนึ่ง แม้ว่า เฮอร์คิวลิสจะพยายามรักษาอย่างไร และแม้ใครอนจะเป็นหมอเอง ก็ไม่ สามารถถอนพิษยาได้ พิษยาบันดาลให้ไครอนเจ็บปวดรวดร้าวหนักหนา ซุสจึงโปรดให้กลายเป็นดาวอยู่ในกลุ่มดาวชื่อ แซชจิเทริอัส (Sagitarius)

บุตรของเทพอะพอลโล ที่อาจารย์ไครอนรับฝากไว้นั้นได้ขนานนาม ว่า เอสคิวเลปิอัส (Aesculapius) เป็นเด็กฉลาดเฉลียว มีความเข้าใจใน วิชาต่างๆ แตกฉานและเป็นที่รักของอาจารย์อย่างยิ่งวิชาที่เขาใส่ใจศึกษา ที่สุด ได้แก่โรคศิลป์ เพราะฉะนั้นเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น เขาจึงกลายเป็น หมอบําบัดโรคผู้มีความสามารถยิ่ง

Son of Apollo That the teacher Kieron received was called Sqlepias (Aesculapius) is an intelligent child With

  ความสามารถของเอสคิวเลปิอัส ในการบำบัดโรคนั้นยิ่งกว่าของ อาจารย์มากด้วยที่สามารถบำบัดโรคและความป่วยไข้ได้ทุกชนิด ซึ่งไครอน เองทำไม่ได้ ในไม่ช้าชื่อเสียงของเอสคิวเลปิอัส ก็เลื่องลือไปไกล ไม่ว่าใครป่วย หนักหนาสาหัส หรือเล็กน้อย ถ้าได้รับการบำบัดจากเขา แล้วก็ทุเลาลงอย่างรวดเร็ว จนกล่าวได้ว่าหายวันหายคืนเลยทีเดียว ผู้คน พากันไปขอรับการบำบัดโรค ณ สำนักของเขาทั้งจากใกล้และไกลทุกทิศทาง นับว่าการบำเพ็ญประโยชน์ ของเอสคิวเลปิอัสแผ่ไพศาลยิ่ง

            ความสามารถของเอสคิวเลปิอัสเป็นที่เลื่องลือไปจนว่ากันว่า ครั้งหนึ่งเขาสามารถแก้คนตายให้ฟื้นได้ อันเป็นเหตุให้เทพซุส กับเทพฮาเดสเจ้าแห่งแดนคนตายเดือดร้อน ทั้งริษยาและหวั่นเกรงในอำนาจบารมีของ เอสคิวเลปิอัส หากปล่อยไว้นานไปเบื้องหน้าจะทำให้มนุษย์กำเริบอีก เห็น ว่าจะละไว้มิได้ ซุสจึงประหารเอสคิวเลปิอัส ด้วยอสนีบาตเอง

The ability of Sqlepius is famous until it is said that Once he was able to recover the dead Which causes Zeus With the gods, the gods of the dead Both envy and fear of the power of Sqlepias If left for a long time, it will cause the human to recur. Zeus therefore executed Sqlepius With their own

เทพอะพอลโลบันดาลโทสะ ในการตายของบุตร แต่ไม่รู้จะโกรธเอา กับเทพบิดาอย่างไร จึงหันไปไล่เบี้ยเอากับช่างประกอบอสนีบาตถวายซุส คือ เทพฮีฟีสทัส กับยักษ์ไซคลอปส์ โดยน้าวคันธนูเงินมุ่งจะยิงธนูสังหาร ยักษ์ ไซคลอปส์ เสียให้สมแค้น แต่ซุสไม่ยอมให้อะพอลโลทำเช่นนั้นได้ และ เพื่อจะลงโทษบุตรในความอุกอาจครั้งนี้จึงเนรเทศอะพอลโลให้ลงมาอยู่ใน มนุษยโลก และให้เป็นข้าของมนุษย์เป็นเวลา 1 ปีเสียก่อน จึงจะพ้นโทษ

อะพอลโล ถูกเนรเทศ

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

โคลอสซัส (Colosus)

โคลอสซัส (Colosus)

เมื่อให้กำเนิดบุตรแล้วนางเลโตก็ยังไม่พ้นการรังควานของเทพีเฮรา ต้องดั้นด้นต่อไปจนถึงแคว้นเคเรีย (Caria) ซึ่งอยู่ในเอเซียไมเนอร์ ในปัจจุบัน นี้ นางจำเป็นต้องหยุดพัก ณ ริมหนองน้ำแห่งหนึ่งด้วยโรยกำลัง และขอ ดื่มน้ำจาก พวกชาวบ้าน ที่ออกมาถอนหญ้าคาอยู่ในบริเวณนั้น พวกชาว บ้านแทนที่จะสมเพชสงสารกลับไล่ตะเพิด และด่าทอนางด้วยคำหยาบช้า ทำให้ซุสกริ้วหนักถึงกับสาปชาวบ้านเหล่านั้นให้กลายเป็นกบไปทั้งหมด

When giving birth to a child, Mrs. Leto was still out of the harassment of the goddess Hera. Must continue to stay until the Caria, which is in Asia Minor. At this time, she needs to take a break at one of the swamps by sprinkling and asking to drink water from the villagers who have removed the grass In that area, the villagers instead of pity And abusing her with rude words Causing Zeus to wrestle with all the villagers to become frogs

อะพอลโล เป็นเทพที่ชาวกรีกถือ ว่ามีรูปงามยิ่ง และเป็นนักดนตรีผู้ขับ กล่อมเทพทั้งปวงบนเขาโอลิมปัส ด้วย พิณถือของท่าน นอกจากนี้ยังมีคันธนู ซึ่งยิงได้ไกล จึงได้สมญานามว่า เทพ ขมังธนู และนอกจากนี้ ยังเป็นเทพผู้ ถ่ายทอดวิชาโรคศิลป์ให้แก่มนุษย์ เป็น เทพแห่งแสงสว่างผู้ขจัดความมืด และ เป็นเทพแห่งสัจธรรม ผู้ไม่เคยเอ่ยวาจา เท็จอีกด้วย

วิหารของเทพอะพอลโลนั้นมีอยู่ดาษดื่นทั่วไปแต่ที่สำคัญที่สุด ได้แก่ วิหาร ณ เมืองเดลฟี ใกล้ทิวเขา พาร์นาซัส รูปอนุสาวรีย์โคลอสซัส (Colosus)ที่เขาสร้างอุทิศแด่ ณ เกาะ โรดส์ (Rhodes) นับเป็นสิ่งหนึ่งในสิ่งอัศจรรย์ ทั้ง 7 ของโลกสมัยโบราณที่เดียว

เทพอะพอลโลมีวีรกรรมสังหารเหล่าคนพาลมากมาย นอกจากเคย ฆ่างูยักษ์ไพธอนจนมีชื่อเสียงแล้วยังสามารถสังหารยักษ์อโลอาดี (Aloadae) และ อีฟิอัลทิส (Ephialtes) ซึ่งเป็นเชื้อสายของวงศ์ไทแทน ที่คิดล้มซุสเพื่อ ฟื้นวงศ์ไทแทนคืนมา เป็นต้น

แต่มีครั้งหนึ่งที่อะพอลโลยังไม่อาจเอาชนะมนุษย์คนหนึ่งได้จนร้อน ถึงเทพซุสต้องออกมาประนีประนอม บุรุษเดินดินคนนั้นนามว่า เฮอร์คิวลิส เหตุเกิดเพราะเฮอร์คิวลิสไปขอคําพยากรณ์ที่วิหารเดลฟี แล้วได้รับคำ ทำนายไม่ถูกใจ จึงล้มโต๊ะพิธีในวิหาร แล้วฉวยเอากระถางธูปไป เทพ อะพอลโลรีบรุดตามไป ท้าเล่นมวยปล้ำ เพื่อชิงเอากระถางคืน ปล้ำกันอยู่ นานไม่อาจรู้แพ้ชนะ ซุสเห็นท่าว่าขืนปล่อยไว้นานอะพอลโลอาจจะเสีย เปรียบพ่ายแพ้แก่มนุษย์เข้าได้ และอาจเสียหน้าวงศ์เทพแน่ จึงลงไปห้าม ปรามให้เลิกราต่อกัน ขอให้เฮอร์คิวลิส คืนกระถางธูป แก่อะพอลโล แล้ว ให้เลิกราเรื่องบาดหมางต่อกัน เรื่องราวก็เลยจบลงด้วยดี

เทพอะพอลโลมีอุปนิสัยไม่ยอมแพ้ใครอยู่ไม่น้อย เห็นได้จากที่ไป แข่งเป่าขลุ่ยกับมาไซยาส์ซึ่งเป็นเทพชั้นรอง แล้วตั้งกรรมการตัดสินว่า ผู้ ใดเป่าเก่งกว่ากัน ท่านไมดาส (Nidas ตามประวัติกล่าวว่าท่านจับอะไรก็ จะกลายเป็นทองคำ) เกิดตัดสินเข้าข้างมาไซยาส์ เพียงเท่านี้อะพอลโลก ไม่ฟังอะไรอีกแล้ว โดยได้สาปให้ไมดาสมีหูเป็นลาไปทันที

ตามเรื่องต่างๆ ที่มีบทบาทอยู่ อะพอลโลดูจะเป็นเทพใจสูงกว่า องค์อื่นๆ แต่ถึงกระนั้นก็มีอยู่ 2-3 เรื่อง ที่แสดงให้เห็นความโหดเหี้ยม ดุร้ายดังเรื่องต่อไปนี้

การลงโทษนางไนโอบี

เทพอะพอลโลกับเทวีอาร์เทมิส เป็นที่ภาคภูมิใจของมารดายิ่งนัก นางถึงจึงได้โอ้อวด คุยฟุ้งเฟื่องไปไกลว่า จะหาบุตรใครเสมอบุตรของนาง – เห็นจะไม่มีอีกแล้ว ไม่ว่าจะเปรียบกันในเชิงสิริรูป สติปัญญา หรือ พลังอำนาจ ก็ต้องแพ้บุตรของนาง ความนี้เลื่องลือไปถึงนางไนโอบี (Niobe) ซึ่ง เป็นธิดาของท้าวแทนทะลัส (Tantalus) และมเหสี เจ้าครองกรุงธีบส์ (Thebes)

นางในโอบกลับหัวเราะเยาะและค่อนว่า นางเลโตมีลูกจะอวดกับเขาแต่ เพียง 2 เท่านี้หรือ ส่วนนางเองสิมีถึง 14 เป็นชาย 7 ล้วนแต่มีรูปกำยำ งามสง่า และเป็นหญิงล้วนแต่ทรงโฉมวิลาสวิไลถึง 7 โคลอสซัส

นางไนโอบีลั่นวาจาก้าวร้าวสบประมาทนางเลโตอีกเป็นอันมาก ซ้ำ ยังห้ามชาวเมืองของนางกระทำบูชาเทพอะพอลโล และเทวีอาร์เทมิส และ สั่งให้ทำลายรูปเคารพเทพและเทวีคู่นี้จากแท่นที่บูชา นางเลโตโกรธแค้น หนักหนาในการที่ถูกหยามหยาบถึงเพียงนี้ จึงเรียกบุตรและธิดาเคียงข้าง สังให้ออกตามฆ่าบุตรและธิดาของนางไนโอบีให้สิ้น

เทพบุตร เทพธิดา คู่แฝด อยู่ในอารมณ์เคียดแค้นเต็มที่ จึงออกไป ทำตามคำสั่งทันที อะพอลโลพบมาณพทั้ง 7 ออกล่าสัตว์ จึงประหารเสีย ด้วยลูกธนูตายหมดทั้ง 7 คน เมื่อข่าวการตายของบุตรรู้ไปถึงนางไนโอบี นางก็โศกเศร้า โทมนัสนัก ฝ่ายเจ้าสามีของนางไนโอบีก็ได้ฆ่าตัวตายตาม ลูกไป ยังเหลือก็แต่ธิดาทั้ง 7 ยังไม่ทันที่มารดาจะหายโศก ก็ถูกเทวีอาร์ เทมิสจ้องประหารอีก แม้ว่าสาวผู้ถึงฆาตทั้ง 7 จะพยายามหนีให้พ้นลูก ธนูของเจ้าแม่แห่งนายพรานอาร์เทมิส อย่างไรก็ไม่สำเร็จ แม้นางไนโอบี จะพยายามปกป้องลูก และอ้อนวอนขอความอารักขาคุ้มครองจากทวยเทพ บนเขาโอลิมปัสสักเท่าใดก็ไม่เป็นผล ธิดาของนางต้องศรล้มกลิงตายกัน ทั้งหมด จนเหลือนางหนึ่งที่ซุกอยู่ระหว่างอุระของมารดา เทวีอาร์เทมิสผู้อาฆาตก็ไม่ละเว้น ลูกธนูแล่นเข้าเป้าเสียบนางนั้นให้ตายไปแทบอกของ มารดาจนได้

นางไนโอบี สูญสิ้นทั้งสามี และบุตรธิดาที่มากหมาย เหลือแต่นาง เดียวดายถึงไม่ตายก็เหมือนตาย ความเศร้ารันทด หนุนเนื่องประดังขึ้น มาแน่นอุระ นางก็แข็งชาไปทั้งร่างกาย มิอาจจะขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้ ร่างของนางกลายเป็นหิน ซื้อตันไปหมด คงอยู่แต่หยาดน้ำตารินไม่สิ้นสุด ตั้งแต่วันนั้นมาจนวันนี้ น้ำตานางก็ยังไม่หยุดไหล ส่วนรูปหินของนาง ไนโอบีก็ยังปรากฏอยู่บนเขา ไซปิลัส (Sipylus) จนตราบเท่าทุกวันนี้

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

อะพอลโล (Apollo) เทพแห่งดวงอาทิตย์

อะพอลโล (Apollo) เทพแห่งดวงอาทิตย์

อะพอลโล (Apollo ภาษากรีก : อะพอลลอน) บุตรชายคนโตของมหา เทพซุส กับนางเลโต เป็นหนึ่งใน 12 เทพแห่งโอลิมปัส เป็นเทพแห่งแสงสว่าง หรือเทพแห่งดวงอาทิตย์ รวมถึงเป็นเทพแห่งสัจจะและการดนตรีด้วย อะพอลโลมีพี่สาวฝาแฝดชื่อ อาร์เทมิส หรือ ไดอาน่า (ในโรมัน) ซึ่งเป็น เทพีแห่งดวงจันทร์

Apollo (Apollo Greek: Apollo), the oldest son of Zeus and Mrs. Leto, is one of the 12 gods of Olympus.

Is the god of light Or the god of the sun Including being the god of truth and music Apollo has a twin sister named Artemis or Diana (in Roman) who is the goddess of the moon.

จริง ๆ แล้วสุริยเทพดั้งเดิมของกรีกคือ ฮีลิออส (Helios) ซึ่งเป็นบุตร ของไฮเพอร์เรียน (Hyperion) ในคณะเทพไทแทน แต่เมื่อคณะเทพไทแทน สิ้นอำนาจ ชาวกรีกจึงนับถือเทพอะพอลโลแทนสืบต่อมา เมื่อนางเลโต มารดาของอะพอลโล ถูกกระทำด้วยความตึงของเทพีเฮรา เพราะเหตุเป็น ที่ต้องตาต้องใจของซุส ทำให้ในขณะที่นางเลโตคุ้มครรภ์ ต้องหนึ่งไพธอน (Python) ของเทพีเฮรา ซอกซอนไปไม่มีที่จะให้กำเนิดบุตรในครรภ์ได้

In fact, the traditional Greek gods were Helios, the sons of Hyperion, in the Faculty of Divinity. But when the Tai deity instead of the end of power, the Greeks respected the Apollo gods instead, when Mrs.

Leto, Apollo’s mother Done with the tension of the goddess Hera Because of the reason That must be the heart of Zeus Causing while Leato was pregnant There must be one python of the goddess Hera.

No need to give birth to a child in the womb.

จน ไปถึงเกาะดีลอส (Delos) เทพโปเซดอนมีความสงสาร บันดาลให้เกาะ น้อยผุดขึ้นในทะเล นางจึงได้ให้กำเนิด อะพอลโลกับอาร์เทมิสบนเกาะนั้น ในทันทีที่ประสูติจากครรภ์มารดา อะพอลโลก็ได้จับงูไพธอนฆ่าเสีย ด้วย เหตุนี้ บางที่อะพอลโลก็เป็นที่เรียกขานว่า ไพรูส (Pytheus) แปลว่า “ผู้ประ หารไพธอน”

นอกจากนี้อะพอลโลยังมีชื่ออื่นๆ อีกหลายชื่อ เช่น มีชื่อตามสถานที่เกิดว่า ดีเลียน, ฟีบัส (Phoebus) แปลว่า “โอภาส” หรือ “ส่องแสง ชื่อหลังนี้มักใช้ร่วมกับชื่อหลักว่า ฟีบัส อะพอลโล

Until reaching the island of Delos (Delos), Poseidon has compassion Inspire the island A little sprang up in the sea Therefore she gave birth Apollo and Artemis on that island As soon as he was born from the mother’s womb Apollo captured the Python snake, killing him.

For this reason, some Apollo was known as Pytheus, meaning “the python”.

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

อาเรส (Ares) เทพแห่งการต่อสู้

อาเรส (Ares) เทพแห่งการต่อสู้

อาเรส หรือ เอรีส หรือที่ชาวโรมันเรียกว่า มาร์ส (Mars) เป็นเทพ เจ้าแห่งสงคราม และอาวุธชุดเกราะ นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในสิบสองเทพ แห่งโอลิมปัสด้วย โดยเป็นบุตรองค์หนึ่งของเทพซุส กับเทวีเฮร่า และอาเรส ยังเป็นที่เกลียดชังของเทพและมนุษย์ทั้งปวง เว้นแต่ชาวโรมันผู้มีนิสัย ชอบการสงคราม Ares or Eri, or the Romans called Mars, is the god of war. And armor It is also one of the twelve gods. With Olympus As one of the sons of Zeus and Devi. Hera and Ares are also hated by all gods and humans Unless the Romans who have a habit of war

อาเรสเป็นเทพแห่งการสงครามเช่นเดียวกับอาเธน่า แต่ทว่าอาเธน่า จะได้รับการยกย่องและบูชามากกว่า เนื่องจากอาเธน่าเป็นเทพที่ใช้สติ ปัญญาวางแผนในการสู้รบมากกว่า ซึ่งได้รับการบูชาในฐานะเทพีแห่งสติ ปัญญาด้วย ผิดกับอาเรสซึ่งมักจะใช้ความดุดันและโหดร้ายในการ สงครามมากกว่า ซึ่งโฮเมอร์ กวีเอกคนสำคัญของกรีกโบราณยังเคยเขียน ถึงอาเรสว่า เป็นเทพที่โหดร้ายและหยาบช้า

ชาวโรมันเทิดทูนสดุดีเทพองค์นี้ยิ่งนัก ถึงกับอุปโลกน์ให้เป็นเทพ บิดาของ โรมิวลัส (Romulus) ผู้สร้างกรุงโรม และพรรณนาสรรเสริญเกียรติ คุณนานัปการ ตรงกันข้ามกับชาวกรีก ซึ่งนอกจากจะไม่นิยมเลื่อมใสเทพ องค์นี้แล้ว ยังถือว่า เป็นเทพที่มีสันดานป่าเถื่อนดุร้าย ปราศจากความ เมตตากรุณาเสียอีก

อาเรสเป็นโอรสขององค์เทพซุสกับเฮร่า และทรงเป็นโอรสที่เทพบิดา ซุส ตรัสใส่หน้าเลยว่า “เจ้าเป็นที่น่าชังที่สุดในบรรดาลูกของข้า ทั้งโหดร้าย

ดื้อด้านเหมือนแม่เจ้าไม่ผิด!” ซึ่งวาทะประโยคนี้นับว่าวิจารณ์อุปนิสัยใจคอของอาเรสได้ตรงเป็นที่สุด นอกจากโหดร้ายและดื้อดึง อาเรสยัง บุ่มบ่าม โกรธง่าย และนิยมความรุนแรงมาก นับว่าเป็นอุปนิสัยที่แตกต่าง

กับเอเธน่ามาก ซึ่งเป็นเทพแห่งสงครามเหมือนกัน เอเธน่านั้นสุขุม เฉลียว ฉลาด และ กล้าหาญ จึงได้รับการยกย่องทั่วทุกหนแห่ง เป็นเหตุให้อาเรส เกิดจิตริษยาเอามาก

เป็นที่น่าสังเกตอย่างหนึ่งเกี่ยวกับอาเรสองค์นี้ คือในฐานะที่เป็น เทพแห่งสงคราม ตามปกติหากรบที่ไหน ต้องมีชัยที่นั่น แต่ผิดถนัดสำหรับ เทพองค์นี้ หากว่าอาเรส รบที่ไหนปราชัยที่นั่นมากกว่าจนน่าประหลาดใจ นอกจากจะพ่ายแพ้แก่เทพีเอเธน่าแล้ว ยังแพ้มนุษย์อีกด้วย อาทิเช่น วีรบุรุษเฮอร์คิวลิส เคยสังหารโอรสของอาเรสมาแล้ว ครั้นผู้เป็นพ่อเข้า ช่วยลูกก็ถูกต่อยตีจนต้องหลบหนีขึ้นไปบนโอลิมปัสแทบไม่ทันเมื่อนำ เรื่อง ทูลฟ้องซุสซุสก็ตัดสินไกล่เกลี่ยให้เลิกรากันไปเนื่องจากแท้ที่จริงเฮอร์คิวลิส ก็เป็นโอรสของซูสเช่นเดียวกัน เพียงแต่มีมารดาเป็นมนุษย์สามัญ

เทพอาเรสมักเสด็จไปไหนๆ โดยรถศึกเทียมม้าฝีเท้าจัดมากมายแสง

และแสงศาสตราวุธส่องแสงเจิดจ้า บาดตาผู้พบเห็น มีบริวารที่ติด หอยตามอยู่ 2 คน คือ เดมอส (Deinos) ซึ่งแปลว่าความกลัว กับ โฟบอส (Phobos) แปลว่าความน่าสยองขวัญ And the light of the light shining brightly Eye-catching There

บริวารนี้บางตำนานกล่าวว่าเป็นโอรส ของเทพอาเรส ในทาง ดาราศาสตร์เมื่อตั้งชื่อดาวอังคารว่า มาร์สตามชื่อเทพแห่งสงครามแล้ว ก็เลยตั้งชื่อดวงจันทร์บริวารทั้งสองของดาวอังคารว่า เดมอส กับ โฟบอสตามตำนานไปด้วยเลย และชื่อของทั้งคู่ก็เป็น รากศัพท์ของคำว่า ความตื่นตระหนก (Panic) และ ความกลัว (Phobia) อีกด้วย

ในด้านความรักของอาเรสนั้นเร่รักไปเรื่อย เช่นเดียวกับเทพบุตรอื่นๆ ในโอลิมปัส ไม่ได้ยกย่องใครเป็นชายา แต่มีเรื่องรักสำคัญของอาเรสอยู่ ครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้น ได้แก่การลักลอบเป็นชู้กับเทพีแห่งความงาม และ ความรักนาม อโฟรไดท์In the love of Ares, he always loved. Like other angels in Olympus, not praising anyone as a child. But there is an important love story of Ares Once happened Namely the smuggling of adultery with the goddess of beauty and love.

เมื่ออาเรสเป็นที่เกลียดชังของเทพและมนุษย์ (ชาวกรีก) เช่นนั้น พฤติการณ์ตอนเป็นชู้กับเทพีอโฟรไดท์ จึงเป็นที่ครหารุนแรง และมวลเทพ ก็คอยจ้องจับผิด แต่ก็เพราะความมืดของราตรีกาลเป็นใจ ทำให้อาเรส เลี่ยงหลบลอบเป็นชู้ได้ หากยังจับไม่ได้คาหนังคาเขา ตราบนั้นพฤติกรรม เช่นนี้ก็ยังคงเป็นความลับ อาเรสกลัวแสงสว่างยามเช้า ซึ่งเปรียบเหมือน นักสืบของเทพอะพอลโล ถ้านักสืบนั้นแฉพฤติกรรมออกไป ให้แก่เทพอะ พอลโลแล้ว เทพอะพอลโลก็คงจะนําความไปบอก แก่เทพฮีฟีสทัสผู้เป็น สามีของอโฟรไดท์ ถึงกรณีที่อาเรสลักลอบกันคบกับเทพีอโฟรไดท์ อาเรส จึงวางยามไว้คนหนึ่งให้คอยปลุกเมื่อใกล้รุ่งผู้ทำหน้าที่นี้คือหนุ่มน้อยชื่อว่า อเล็กไทรออน (Alectryon)

ในคราวที่ความจะแตก อเล็กไทรออนหลับยามเพลินไปจนรุ่งเช้า เป็นเหตุให้อะพอลโลเห็นอาเรสกับอโฟรไดท์นอนหลับอยู่ด้วยกัน อะพอล จึงนำความไปบอกแก่เทพฮีฟีสทัส ฮีฟีสทัสสานร่างแหเหล็กเตรียมไว้ก่อน แล้วเพราะรู้ระแคะระคายมาบ้าง พอได้ความดังนั้น ก็หอบร่างแหไปทอ ครอบอาเรสกับอโฟรไดท์ ไว้ให้เทพทั้งปวงมาดูและหัวเราะเยาะอย่างครื้นเครงแล้วจึงปล่อยไป ฝ่ายอาเรสได้รับความอัปยศอดสูท่ามกลางธาร กำนัลยิ่งนัก จึงสาปอเล็กไทรออน ให้กลายเป็นไก่ ทำหน้าที่คอยขันในเวลา ใกล้รุ่งของทุกคืน เป็นการลงโทษในการที่หลับยาม ด้วยเหตุนี้ไก่ตัวผู้ทุก ตัวที่เกิดขึ้นในโลก จึงสืบสกุลมาจากไก่อเล็กไทรออนตัวแรกนั้นทั้งสิ้น และ ผลของการอภิรมย์ของคู่นี้ ทำให้เทวีอโฟรไดท์ให้กำเนิดธิดาออกมาองค์ หนึ่งนามว่า อาร์โมเนีย ซึ่งต่อมาได้เป็นราชินีแห่งนครธีบส์

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

อาเธน่า (Athena) เทพีแห่งปัญญา

คณะเทพโอลิมเปียนมีเทวีพรหมจารีย์อยู่ 3 องค์ ทรงนามตามลำดับ ว่า เฮสเทีย (Hestia) เทพีแห่งครัวเรือน อาเธน่า เทพีแห่งปัญญา และ อาร์ เทมิส (Artemis) เทพีแห่งดวงจันทร์ องค์แรกเป็นเทพภคินีของเทพซุส ส่วน 2 องค์หลังเป็นธิดาเทพีอะธีนา หรือ อาเธน่า (Athena) เป็นหนึ่งในสิบสองเทพแห่ง โอลิมปัส ได้รับสมญานามว่าเทพีแห่งปัญญา เนื่องจากเกิดมาจากส่วนหัว ของซุส ประมุขแห่งเหล่าทวยเทพ นอกจากนี้ยังได้รับสมญานามเป็นเทพี แห่งสงคราม เทพีแห่งงานหัตถกรรม (โดยเฉพาะงานทอผ้า ปั้นหม้อ และ งานไม้) อีกด้วย

การถือกำเนิดของอาเธน่านั้น กล่าวกันว่า ครั้งหนึ่ง เทพซุสได้รับ คำทำนายว่า โอรสธิดาที่ประสูติจากมเหสีเจ้าปัญญา นามมีทิส (Metis) นั้นจะมาโค่นบัลลังก์ของพระองค์ เทพซุสก็แก้ปัญหาด้วยการจับเอามีทิส ซึ่งทรงตั้งครรภ์แก่นั้นกลืนเข้าไปในท้อง แต่เวลาไม่นานนักซุสก็บังเกิด อาการปวดเศียรขึ้นมา ให้รู้สึกปวดร้าวเป็นกำลังจึงมีเทวโองการสั่งให้เรียก ประชุมเทพทั้งปวงบนเขาโอลิมปัส ให้ช่วยกันหาทางบำบัดเยียวยาแต่ความ พยายามของทวยเทพก็ไม่เป็นผล ซุสไม่อาจทนความเจ็บปวดต่อไปได้ในที่สุดจึงได้ให้เฮเฟตุส เทพแห่งการตีเหล็ก ใช้ขวานผ่าศีรษะออก ปรากฏ เป็นอาเธน่ากระโดดออกมาในลักษณะเจริญเต็มวัยแต่งฉลององค์หุ้มเกราะแวววาวพร้อมสรรพ ถือหอกเป็นอาวุธ พร้อมกันนั้นทั่วพื้นพสุธาและมหาสมุทร ก็บังเกิดอาการสั่นสะเทือนเลือนลัน ประกาศกำเนิดเทวีองค์นี้สนั้น ไปทั้งโลก

การอุบัติของเทวีองค์นี้ถือว่าเป็นไปเพื่อยังสันติสุข ให้บังเกิดใน โลกและขจัดความโฉดเขลาที่ครองโลก จนตราบเท่าบัดนั้นให้สิ้นไป ด้วย ว่าพออาเธน่าผุดจากเศียรซุส เทพีแห่งความโฉดเขลาซึ่งไม่ปรากฏรูปก็ล่า หนีไป ด้วยเหตุนี้เทพีอาเธน่าจึงเป็นที่นับถือบูชาในฐานะเทพครองปัญญา นอกจากนั้นอาเธน่ายังมีฝีมือในการเย็บปักถักร้อย และเชื่อว่าพระนาง เป็นเทพแห่งสงครามด้วย เนื่องจากเทวรูปของพระนางมักปรากฏเป็นรูป ผู้หญิงสวมชุดเกราะ ถือโล่และหอกที่มือซ้าย พร้อมถือเทพีไนกี้ เทพีแห่ง ชัยชนะที่มือขวา

ภายหลังการอุบัติของอาเธน่าไม่นาน มีหัวหน้าชนชาวฟีนิเชียคน หนึ่งชื่อว่า ซีครอบส์ (Cecrop) พาบริวารอพยพเข้าไปในประเทศกรีซ เลือก ได้ชัยภูมิอันตระการตาแห่งหนึ่งในแคว้นอัตตระการตาแห่งหนึ่งในแคว้นอัตติกะ (Atica) ตั้งภูมิลำเนา ก่อสร้างบ้านเรือนขึ้นเป็นนครอันสวยงามนครหนึ่ง เทพทั้งปวงเฝ้าดูงาน สร้างเมืองนี้ด้วยความเลื่อมใสยิ่ง ในที่สุดเมื่อเห็นว่า เมื่องมีเค้าจะกลาย เป็นนครอันน่าอยู่ขึ้นมาแล้ว เทพแต่ละองค์ต่างก็แสดงความปรารถนา ใคร่ จะได้เอกสิทธิ์ตั้งชื่อนคร จึงประชุมกันถกถึงเรื่องนี้ เมื่อมีการอภิปรายใต้ แย้งกันพอสมควรแล้ว เทพส่วนใหญ่ในที่ประชุมก็พากันยอมสละสิทธิ์ คง เหลือแต่เทพโปเซดอน และเทวีอาเธน่า 2 องค์เท่านั้นยังแก่งแย่งกันอยู่

เพื่อยุติปัญหาว่าใครควรจะได้เอกสิทธิ์ตั้งชื่อนคร เทพซุสไม่พึง ประสงค์จะชี้ขาดโดยอำนาจตุลาการที่จะพึงใช้ได้ ด้วยเกรงว่าจะเป็นที่ครหาว่าเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงมีเทวโองการว่านครนั้น จึงอยู่ในความ คุ้มครองของเทพ หรือ เทวี ซึ่งสามารถเนรมิตของที่มีประโยชน์ที่สุดให้ มนุษย์ใช้ได้ และมอบหน้าที่ตัดสินชี้ขาดให้แก่ที่ประชุม

เทพโปเซดอน เป็นฝ่ายเนรมิตก่อน โดยยกตรีศูลคู่หัตถ์ขึ้นกระแทก ลงกับพื้น บันดาลให้มีม้าตัวหนึ่งผุดขึ้นท่ามกลางเสียงแสดงความพิศวง และชื่นชมของเหล่าเทพ เมื่อเทพผู้เนรมิตม้าอธิบายคุณประโยชน์ของม้า ให้เป็นที่ตระหนักแก่เทพทั้งปวงแล้ว เทพองค์ต่างๆ ก็คิดเห็นว่า เทพีอาเธน่า คงไม่สามารถเอาชนะ เทพโปเซดอนเสียเป็นแน่แล้ว

ส่วนฝ่ายเทพีอาเธน่า ก็ได้เนรมิตต้นมะกอกต้นหนึ่งขึ้นมา และได้อธิบายถึงคุณประโยชน์ของ ต้นมะกอก ที่มนุษย์จะเอาไปใช้ได้นานัปการ นับตั้งแต่ใช้เนื้อ ไม้ผล กิ่งก้าน ไปจนถึงใบ พร้อมกับยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ของมะกอกว่า เป็น เครื่องหมายถึงสันติภาพและความรุ่งเรืองวัฒนาอีกด้วย เมื่อผลเป็นดัง นั้นจึงเป็นที่พึงประสงค์ยิ่งกว่าม้า ซึ่งเป็นเครื่องหมายของสงคราม หลัง จากพิจารณาแล้ว มวลเทพก็เห็นพ้องต้องกันว่า ของที่เทพีอาเธน่าเนรมิต มีประโยชน์กว่า จึงลงมติตัดสินชี้ขาดให้เป็นฝ่ายชนะ

โดยรวมๆ แล้ว อาเธน่าเป็นเทพธิดาที่มีจิตใจเอื้ออารีชอบช่วยเหลือ ผู้อื่นมาก ในมหากาพย์อีเลียดที่ว่าด้วยสงครามแห่งชาวกรีก และชาว เมืองทรอย อาเธน่าก็มีบทบาทในการช่วยวีรบุรุษกรีกหลายครั้ง เช่น หลอก เฮกเตอร์ว่าจะคอยช่วยและให้มาสู้กับอคิลลิส ทำให้เฮกเตอร์ถูกอคิลลิส สังหารอย่างโหดเหี้ยมในสนามรบ เป็นต้น

และในมหากาพย์โอดิสซีที่ กล่าวถึงการเดินทางกลับบ้านที่อิธาก้า ของโอดิสซีอุส หรือ ยูลิซีส วีรบุรุษกรีก ผู้คิดสร้างม้าไม้ซึ่งเป็นผู้ทำให้สงคราม เมืองทรอยสิ้นสุดลง ต้องใช้เวลาใน การเดินทางกลับบ้านเป็นเวลา ถึง ยี่สิบปี เพราะเขาไปทำให้โปเซดอน พิโรธ อาเธน่าก็เป็นเทพอุปถัมภ์ของ โอดิสซีอุส ช่วยให้เขาพ้นภัยหลายครั้งจนกลับถึงบ้านได้อาเธน่ายังมีบทบาทมากมาย โลดแล่นในตำนานการผจญภัยของ วีรบุรุษอีกหลายคน เช่น

• ช่วยให้การแนะนำในการต่อเรืออาร์โกที่ใช้ในการตามหาขนแกะ ทองคำ โดยถ่ายทอดคำพูด ผ่านกิ่งของต้นโอ๊กศักดิ์สิทธิ์ ที่นำมาทำเป็นหัวเรือ

• บอกวิธีสังหารเมดูซ่าแก่เปอร์ซีอุส

• ช่วยเอเปออุสสร้างม้าไม้

• มอบบังเหียนวิเศษเพื่อใช้ควบคุมเพกาซัสแด่เบลเลโรฟอนฯลฯ

จะทำให้นางเคราะห์ร้าย แต่นางอาแรค นี้มิจิตมืดมนไปในความทะนงตนเสียแล้ว จนไม่แยแสต่อคำตักเตือน กลับ พูดสำทับว่า นางอยากให้เทพีอาเธน่าได้ยิน เกี่ยวกับการครองความบริสุทธิ์ของเทพีอาเธน่า มีเรื่องเล่าว่า เทพ ฮีฟีสทัส หมายปองเทพีอาเธน่า ใคร่จะได้วิวาห์ด้วย ได้ทูลขอต่อเทพบิดา เทพบิดาประทานโปรดอนุญาต แต่ให้ฮีฟีทัสทาบทามความสมัครใจของ เทพีอาเธน่าเอาเอง ซึ่งผลลัพธ์ก็คือ เทพีอาเธน่าไม่ตกลงด้วย ทำให้ฮีฟีสทัส เข้าไปหาเทพีอาเธน่าหมายจะรวบรัด ในระหว่างที่ฉุกละหุกอุตลุดนั้น

เทพีอาเธน่ารอดพ้นมลทินแปดเปื้อน แต่รับทารกไว้ในปกครอง เอาทารกบรรจุหีบให้งูเฝ้า และฝากไว้ให้ลูกสาวท้าวซีครอปส์ดูแล โดย ข้ามเด็ดขาดมิให้เปิดหีบดู แต่ลูกสาวท้าวซีครอปส์ไม่เชื่อฟัง พยายามจะเปิดหีบ ครั้นเห็นงูเข้าก็ตกใจวิ่งหนีตกเขาตาย ทารกนั้นได้ขนานนามว่า อิริคโธเนียส (Erichthonius) และดำรงชีวิตอยู่สืบมา จนภายหลังได้ครอง กรุงเอเธนส์ ส่วนเทพีอาเธน่าก็ไม่ได้รับการเกี่ยวพาราสี ของเทพองค์หนึ่งองค์ใดอีกต่อไปตั้งแต่บัดนั้น เบลเลอโรฟอน กับ ม้าเปกาซัส

แม้ว่าจะมีบางตำนานกล่าวว่า อาเธน่า เคยแอบรักบุรุษรูปงามคน หนึ่งชื่อว่า เบลเลอโรฟอน จนถึงกับเอาอานม้าทองคำมาให้เขาในความฝัน เนื่องจากเบลเลอโรฟอนต้องการขี่ม้าวิเศษเปกาซัส แต่ไม่ปรากฏว่าเทพี อาเธน่าได้สานเรื่องราวระหว่างเทพีอาเธน่ากับเบลเลอโรฟอนต่อไปแต่ อย่างใด แต่ทว่าบุรุษหนุ่มผู้นั้นตกม้าตายในตอนหลัง เทวีอาเธน่ามีต้นโอ ลีฟเป็นพฤกษาประจำตัว และนกฮูกเป็นนกคู่ใจ

เทพี อาเธน่า นอกจากจะมีชื่ออาเธน่า หรือ มิเนอร์วาแล้ว ชาวกรีก และโรมันยังรู้จักกันในชื่ออื่นๆ อีกหลายชื่อในจำนวนนี้มีชื่อที่แพร่หลายที่สุด คือ พัลลัส (Pallas) จนบางที่เรียกควบกับชื่อเดิมว่า พัลลัสอาเธน่า ว่ากัน รามูลเหตุของชื่อนี้สืบเนื่องมาจากพฤติกรรมตอนปราบยักษ์ชื่อ พัลลัส ซึ่งไม่ปรากฏตำนานชัดแจ้ง อาศัยเหตุที่ได้ถลกหนังยักษ์มาคลุมองค์ คน ทั้งหลายเลยพลอยเรียกในชื่อของยักษ์นั้นด้วย และเรียกรูปประติมาหรือ อนุสาวรีย์ อันเป็นเครื่องหมายถึงเทพีอาเธน่า ว่า พลเลเดียม (Palladium) ในที่สุดคำว่า Palladium ก็มีที่ใช้ในภาษาอังกฤษ หมายถึง ภาวะหรือปัจจัย ห้อานวยความคุ้มครอง หรือ ความปลอดภัยให้เกิดแก่ชุมชน ทำนอง Paladiกา ที่ชาวโรมันอารักขาไว้ในวิหารเวสตา

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com

ความ เกี่ยวข้องกับเฮรา

ด้วย ความ นิยมที่มีต่อบรรดาลูกๆ ของนางกับซุสไม่ค่อยเป็นที่นิยม ทำให้เฮรารู้สึกริษยาเอเธน่า และไดโอนีซุส จึงลองมีโอรสด้วยตนเอง แต่ ผลลัพธ์ที่เกิดก็ทำให้นางแทบร้องไม่ออก เพราะเฮเฟตุสที่นางให้กำเนิด มีร่างกายพิกลพิการ ไม่สมกับเป็นเทพ จนซุสกล่าวหาว่าเฮรามีชู้ จนต้อง พาไปสาบาน ด้วยน้ำในแม่น้ำสติกซ์ ซุสจึงยอมเชื่อ

และนี่ก็เป็นตำนานที่ขัดแย้งกันเองเนื่องจากว่าตอนที่เอธีนากำเนิด ซุส ใช้ให้เทพเฮเฟตุสเอาขวานจามพระเศียร เพื่อดูว่าทำไมจึงปวดเศียร นักหนา หลังจากจามลงไปแล้ว เทพีเอธีนาก็กระโดดออกมาจากรอยแยก ของเศียรบิดา ส่วนเฮเฟตุสก็เกิดจากการที่เทวีเฮรา อิจฉาความนิยมที่มี ต่อเทวีเอธีนาที่เกิดจากซุส จึงลองให้กำเนิดจากศีรษะของตนเองบ้าง

ด้วยว่าชีวิตการแต่งงานของนางไม่ค่อยมีความราบรื่น ต้องผจญ กับปัญหามากมายที่สามีไปก่อไว้ แต่นางก็เป็นเทพที่ซื่อสัตย์ไม่นอกใจสามี เฮราจึงเป็นเทพที่อุปถัมภ์การแต่งงานและเป็นสัญลักษณ์ของความซื่อสัตย์ ของชีวิตคู่ โดยที่คู่บ่าวสาวกรีกโบราณต้องขอพร และทำพิธีบูชาเฮราใน วันที่พวกเขาแต่งงาน เพื่อให้ชีวิตคู่ราบรื่นถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร

ในส่วนของชู้รักมากมายของซุสต้องจบชีวิตลงเพราะเฮรา เช่นกรณี ที่ดูโหดและทำร้ายจิตใจของซุส ก็ได้แก่การที่ทำให้เซเมเล่มารดาของ ไดโอนีซุสต้องตายด้วยคำสาบาน ที่นางขอจากซุส โดยที่เฮราจำแลงกาย เป็นนางพี่เลี้ยงของเจ้าหญิงเซเมเล่ และให้นางทูลขอพรที่ซุสที่เคยให้คำสัตย์ ต่อเจ้าหญิงน้อยว่า จะให้สิ่งใดก็ได้ที่นางขอหนึ่งอย่าง เฮราในร่างแปลง ยุให้เซเมเล่ ให้ซุสดื่มน้ำจากแม่น้ำสติกซ์ (แม่น้ำแห่งสัจจะ) ซึ่งผู้ดื่มเข้าไป แล้วจะพูดแต่ความจริง หากสัญญาก็ต้องทำตามคำที่ลั่นไว้ เซเมเล่ก็ขอพร ให้ซุสปรากฏกายในร่างเทพเจ้าและสวมชุดเกราะเต็มยศ ตามที่นางพี่เลี้ยง ตัวปลอมบอก ซุสจำต้องทำให้ แม้จะรู้เต็มอกว่าหญิงคนรักต้องตาย ซึ่งก็ สมปรารถนาเฮรา ร่างของเซเมเล่มอดไหม้เป็นมหาจุณในพริบตา ด้วยลำแสงร้อนแรงจากรัศมีของมหาเทพ แต่ซุสก็ช่วยชีวิตทารกในครรภ์ได้ทันโดยคว้ามาจากท้องเซเมเล่ก่อนนางจะตาย และเอามาฝังไว้ที่ต้นขาของ ตนเอง จนกระทั่งถึงกำหนดคลอด

อัลมีเน่ มารดาของวีรบุรุษจอมพลัง เฮร่าเคลส หรือ เฮอร์คิวลิส ก็ เกือบตาย ขณะที่หลับใหลด้วย ความ อ่อนเพลียจากการคลอดบุตร เพราะ

ส่งอสรพิษยักษ์ไปให้ฆ่าทั้งแม่และลูก แต่หนูน้อยเฮอร์คิวลิส ตื่นขึ้นมา ก่อนจึงจับคองยักษ์แกว่งไปมา และบีบคองูร้ายตายด้วยความไร้เดียงสา และการกระทำนี้เอง ที่ทำให้เฮรารู้สึกว่าเจ้าเด็กทารกคนนี้ต่อกรกับตนได้ ตั้งแต่เกิด เฮราจึงตามจองล้างจองผลาญมาตลอด จนเฮอร์คิวลิสมีครอบ ครัว เฮราก็ทำให้เฮอร์คิวลิสคลั่งจนฆ่าภรรยา และลูกชายทั้งสองตาย ด้วยมือตัวเอง

ฝาแฝด ผู้เลื่องชื่ออย่างอะพอลโล และอาร์เทมิส ก็เกือบที่จะไม่ได้ เกิด เพราะเฮราส่งไพธอนไปไล่ฆ่าเลโตมารดาของทั้งสอง ในขณะที่ตั้งครรภ์ ใกล้คลอดแบบกะไม่ให้เด็กได้เกิดถ้าเลโตไม่เสี่ยงหนีลงทะเล และโปเซดอน ไม่บันดาลเกาะเดลอสขึ้นมา ก็คงไม่ได้มีโอกาสรู้จักเทพแฝดคู่นี้ เมื่อแฝด ผู้พี่เติบใหญ่ ก็สังหารเจ้าไพธอน และยึดวิหารแห่งเดลฟีที่เคยเป็นเทวาลัย ของเฮรามาเป็นของตน

คาลิสโต ชู้รักคนหนึ่งของซุสก็ถูกซุสสาปให้เป็นกลุ่มดาวหมีใหญ่ บนท้องฟ้า เพื่อปกป้องนางจากเฮรา (บ้างก็ว่าจากคำสาปของอาร์เทมิส เพราะนางเป็นหญิงผู้รับใช้เทพธิดาแห่งจันทราผู้ไม่นิยมการครองเรือน แต่ หญิงรับใช้กลับท้องซะเอง)

แม้แต่นักบวชหญิงแห่งอาร์กอส ผู้รับใช้เฮราอย่างไอโอ ก็ต้อง เกือบตายด้วยฤทธิ์แรงหึง เมื่อซุสแอบมีสัมพันธ์กับนาง เฮราจะเอาเรื่องจนซุสต้องแปลงร่างไอโอเป็นวัว เฮราก็แสร้งทูลขอจากซุส และ ให้อาร์เกสอสูรไซคอล์ป ผู้ที่ไม่หลับ เฝ้าวัวแปลงเอาไว้ เมื่อนางหนีไปก็ต้องระหกระเหินไปถึงอียิปต์ ซึ่งได้สมรสกับราชาเทเลโกนุสของอียิปต์ และเป็นบรรพชน ของดานาอุส (บิดาของดานาอีทั้งห้าสิบ)

แม้จากตัวอย่างเหยื่อความโหดของเฮราจะมีมากมาย และวิธี จัดการดูน่ากลัว แต่เทวีแห่งสรวงสวรรค์ จะมุ่งร้ายก็เฉพาะพวกที่เป็นศัตรู ส่วนพวกที่บูชานางก็จะได้รับผลตอบแทน ที่แสนดีกลับคืน เพราะนางจะ คอยดูแลทุกข์สุขโดยตลอดอย่างเช่นที่นางได้ให้ความช่วยเหลือต่อเจ้าชาย เจสัน ตั้งแต่ต้นในการตามหาขนแกะทองคำ หากไม่มีนาง เจสันและเรื่ออาร์โกของเขาก็คงจะประสบปัญหาอับปางลงอย่างแน่นอน

เฮรา โปรดปรานเมืองอาร์กอส และชาวเมืองที่นั่นมากที่สุดในบรรดา พวกกรีกด้วยกัน และยังเป็นเทพีประจำนครนั้น เนื่องจากบิดามารดาของ เจสันรวมทั้งตัวเขา และเมืองโครินธ์ บูชานางเฮราจึงช่วยเหลือ โดยแปลง ร่างเป็นหญิงชรามาช่วยให้เหตุการณ์เป็นไปตามทำนายที่ว่า ผู้ที่มาทวง บัลลังก์คืนจะสวมรองเท้าข้างเดียว และยังคอยช่วยให้เขาฟันฝ่าอุปสรรค มากมาย รวมทั้งยังสั่งให้อีรอส แผลงลูกศรทองคำใส่นางเมเดอา แม่มดสาว คนงาม ผู้เป็นธิดาของราชาเออีเตส แห่งโคลคิสผู้ครอบครองขนแกะทองคำ ทำให้นางหลงรักเจสันและช่วยเขา ให้ทำภารกิจที่เออีเตสมอบหมายเสร็จ สมบูรณ์โดยไม่เป็นอันตราย และเมเดอายังช่วยขโมยขนแกะเมื่อเออีเตส บิดพลิ้วรวมถึงช่วยให้เจสันหนีการตามล่าของเออีเตสผู้เป็นบิดาของนาง อีกด้วย

ผลไม้ที่เฮราโปรดก็คือแอปเปิลและทับทิม สวนแอปเปิลทองคำที่ พวกเฮสเพอริเดสลูกสาว ของไตตันแอตลาสคอยเฝ้าดูแล ก็เป็นสมบัติของเฮรา

ส่วนชนชาติที่เฮราชัง ก็คงจะหนีไม่พ้นพวกโทรจัน ด้วยเหตุที่ว่าเจ้าชายปารีสไม่เลือกนางเป็นผู้ที่สวยที่สุด ดังนั้นในสงครามระหว่างทรอย เกรีก เพื่อแย่งชิงราชินีเฮเลน เฮราก็อยู่ฝ่ายกรีกตามแรงแค้น

นอกจากพวกโทรจันที่เทพีเฮราไม่โปรดแล้วนั้นยังมีนางซิดี ผู้ซึ่งเป็น ภรรยาคนแรกของโอไรออน นายพราน มือฉมัง (ภายหลังถูกอาร์เทมิสสาป และจบชีวิต อย่างน่าเศร้า) คุยโอ้ว่าตัวเองสวยเลอเลิศกว่าใคร ๆ ในโลกนี้ แม้แต่เฮราจอมเทวี ก็ไม่อาจจะมาทาบรัศมีของตนเองได้ โชคร้ายของนาง ซีดี ที่เฮราได้ยินเต็มสองรูหู เฮราจึงทำให้ซิดีไม่มีโอกาสโม้ให้รำคาญใจ และเจ็บใจได้อีกต่อไป นางจึงจัดการส่งซิดไปไกล ๆ จากการได้เห็นได้ยิน โดยส่งตรงไปยังยมโลก

เฮรา เป็นตัวแทนของความงามสง่าเย่อหยิ่งเยี่ยงราชินี ในขณะที่ อะโฟรไดท์ จะมีความสวยงามในทางเย้ายวนแบบหญิงสาว เฮราก็ยัง เป็นสัญลักษณ์ของภรรยา ที่ซื่อสัตย์ไม่นอกใจสามี และสตรีขี้หึงอีกด้วย Hera represents the glorious beauty of the queen, while Aphrodite is beautiful in the seductive way of a young woman. Hera is also a symbol of his wife. Faithful, not unfaithful to her husband And jealous women as well

แม้ว่าชีวิตสมรสของเทวีเฮร่าจะไม่ราบรื่นนัก แต่ในฐานะที่เป็นราชินี หรือเป็นมารดาแห่งสวรรค์ เฮร่าเป็นเทพที่คุ้มครองการแต่งงาน มีหลาย ครั้งที่เธอคอยดลใจให้วีรบุรุษได้แสดงความกล้าหาญจึงทำให้เป็นที่เคารพ นับถือในเขตโอลิมปัส เทวาลัยที่เป็นที่บูชาขนาดใหญ่ที่สุดของเทวีเฮรา อยู่ ที่เมืองอาร์กอสเรียกว่า เดอะ เฮราอีอุม(Heraeum)  สัญลักษณ์ของเฮราคือ วัว นกยูง และสิงโต พฤกษาประจำตัวคือ ผลทับทิม

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : Google / youtube

แนะนำติชมได้ที่ : 6688trading.com